หอการค้าเชียงใหม่ จัดการบรรยายพิเศษ “Chiang Mai Smart City 2020”ภายในการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2562 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 22 ประจำปี 2562 – 2563

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ จัดการบรรยายพิเศษ “Chiang Mai Smart City 2020” โดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และหัวข้อ “ส่องกล้อง มองโอกาส เจาะตลาดการค้าและโลจิสติกส์บนเส้นทาง R3A” โดย ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ หัวหน้าศูนย์ China Imtelligent Center มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายในการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2562 และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 22 ประจำปี 2562 – 2563 โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับและร่วมฟังการบรรยาย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

นางวิลาวัลย์ วรพุฒิพงค์

ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

 

นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “การประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดเป็นประจำทุกปีภายใน 90 วัน นับจากวันสิ้นปี ทั้งนี้ เพื่อสรุปและรายงานผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรมที่หอการค้าฯ ได้ดำเนินงานมาในรอบระยะ 2 ปีที่ผ่านมาของคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 21

 

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาเป็นเวลา 41 ปี มีบทบาทในการส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ในจังหวัดเชียงใหม่ การจัดกิจกรรมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกรับทราบข้อมูล ประเด็นทางยุทธศาสตร์ ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ การประชุมใหญ่สามัญสมาชิก จึงได้กำหนดให้มีการปาฐากถาพิเศษหัวข้อ “เชียงใหม่ Smart City 2020” โดยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ที่ตรงกับสถานการณ์และทิศทางการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต และหัวข้อ“ส่องกล้อง มองโอกาส เจาะตลาดการค้าและโลจิสติกส์บนเส้นทาง R3A” โดย ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ หัวหน้าศูนย์ China Imtelligent Center มหาวิทยาลัยเชียงใหม่    ที่จะให้ทุกท่านได้ทราบสถานการณ์การแข่งขันรูปแบบการค้าและการตลาดแบบดั้งเดิมไปสู่การค้าบนตลาดออนไลน์ (Border Trade E-commerce) ที่ทำให้ผู้ประกอบการ สามารถอาศัยรูปแบบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ เป็นช่องทางการค้าและสร้างความรับรู้ไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดประเทศจีนที่มีกำลังซื้อ  อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของสมาชิกอีกด้วย”

 

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

 

ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า “จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต โดยภาคเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยภาคการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน  ส่วนมิติอื่น ๆ ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาและมีปัญหาหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม วัฒนธรรม ด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ ด้านความมั่นคง รวมถึงด้านการบริหารจัดการภาครัฐที่ทุกด้านมีปัญหาอุปสรรคฝังอยู่ในตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ท้าทายว่าเราจะร่วมกันขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่อนาคตไปในทิศทางไหน

หลังจากที่ตนได้เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เตรียมยุทธศาสตร์สำคัญทั้งเชิงรุก รับ และปรับตัว โดยเชิงรุกคือ พัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาโดยเฉพาะเมืองอัจฉริยะ หรือ smart city ขณะเดียวกันต้องรุกแก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่ ทั้งปัญหาน้ำเสียในคลองแม่ข่า ขยะ เป็นต้น ส่วนยุทธศาสตร์เชิงรับและปรับตัว คือ ปรับและพัฒนาต้นทุนเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น คือ ด้านท่องเที่ยว ด้วยการทำให้เมืองมีความน่าอยู่ ปลอดภัย และรักษาแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ของเมืองให้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต

 

ตนมองว่าหลังจากการพัฒนาเชียงใหม่เป็น smart city แล้วจะนำเชียงใหม่ไปสู่ smart economy ซึ่งผมสนใจเรื่องเมืองสุขภาพ จะทำให้เชียงใหม่เป็น smart wellness ซึ่งในความเป็น smart wellness ไม่ได้มองแค่มิติเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องเป็นเมืองที่คนเชียงใหม่มีสุขภาพที่ดีด้วย

ทั้งนี้มิติด้านเศรษฐกิจของ smart wellness ถือว่าสำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดการขนส่งการเดินทางเข้าสู่เชียงใหม่ เกิดการจ้างงาน เกิดการบริบาล การดูแลรักษา ให้คนมาพักผ่อน จะทำให้เกิดเศรษฐกิจขึ้นมา เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และเชียงใหม่มีศักยภาพจะเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (medical health hub) ด้วยขีดความสามารถของจังหวัดที่มีสูงมากในการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสากล  บริการสปาที่ได้มาตรฐานสากล และมีลองสเตย์สำหรับผู้สูงอายุที่ได้มาตรฐานระดับสากลเช่นกัน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งอนาคตเชียงใหม่จะเติบโตบนฐานของการเป็น Smart City ได้”

 

นอกจากนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้มีการมอบเงินสนับสนุนจัดซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศ (หมอกควัน) ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *