ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดให้บริการตามปกติ หลังงดทำการบินนานกว่าหนึ่งเดือน ผู้โดยสารเริ่มทยอยเดินทางภายใต้มาตรการคุมเข้มในการควบคุมโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด

หลังจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อนุญาตให้ทำการบินขนส่งผู้โดยสารเข้า-ออกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งบรรยากาศที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เริ่มมีผู้โดยสารทยอยเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินขาเข้าเที่ยวบินแรก เป็นของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -เชียงใหม่ มาถึงในเวลา 09.35 น.มีผู้โดยสารจำนวน 48 คน ซึ่งถือว่าเต็มตามความจุร้อยละ 75 ของที่นั่งทั้งหมดตามที่ กพท.กำหนด ทั้งนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้แจกหน้ากากผ้าให้แก่ผู้โดยสารเพื่อแสดงการต้อนรับและเป็นการรณรงค์ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย

นายวีรพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาตรวจความพร้อมการเปิดให้บริการวันแรกของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ฝากเน้นย้ำไปยังประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ศึกษาข้อมูลและปฎิบัติตามมาตรการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการลงทะเบียนผ่าน CM-CHANA

ขณะที่นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการ) กล่าวว่า ขอให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ มั่นใจในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลทำความสะอาดอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าก็ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเกือบทั้งหมด ในส่วนของเที่ยวบินที่ให้บริการ ในช่วงแรกระหว่างวันที่ 1-15 กันยายน 2564 มีเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 10 เที่ยวบิน หลังจากนั้นสายการบินจะพิจารณาตามความต้องการเดินทางของผู้โดยสารต่อไป

สำหรับการปฏิบัติของผู้โดยสารเมื่อเดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จะคัดกรองผู้โดยสารออกเป็นสองกลุ่ม และใช้สัญลักษณ์เป็นสติกเกอร์

โดยผู้โดยสารที่มีเอกสารการฉีดวัคซีนครบตามที่กำหนด คือ ได้รับวัคซีนทุกชนิดครบ 2 เข็ม หรือวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม เกิน 14 วันขึ้นไป หรือวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอนห์สัน 1 เข็ม หรือมีผลตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR หรือแบบ ATK (ที่มีการรับรองจากสถานพยาบาล) ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หรือเคยมีประวัติติดเชื้อโควิด-19 ภายใน 3 เดือน จะได้รับสติกเกอร์สีเขียว ไม่ต้องเข้าตรวจ swab และไม่ต้องกักตัว แต่หากไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น จะได้รับสติกเกอร์สีแดง และต้องทำการตรวจ swab ที่สนามบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากนั้นให้กลับไปรอผลตรวจที่บ้านหรือโรงแรมที่พัก ซึ่งหากผลเป็นลบก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อขอผ่อนผันไม่ต้องกักตัวต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องที่คุณอาจสนใจ