รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา เปิดงานประชาสัมพันธ์การผลิตลิ้นจี่คุณภาพ (ลิ้นจี่ห่อ) พร้อมพบปะเกษตรกรในพื้นที่

ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ณ สวนลิ้นจี่วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ลิ้นจี่ป่ากล้วย ต.เจริญราษฎร์ อ.แม่ใจ จ.พะเยา เพื่อเปิดงานประชาสัมพันธ์การผลิตลิ้นจี่คุณภาพ (ลิ้นจี่ห่อ) และการสัมมนาเครือข่ายเกษตรกรพะเยาก้าวไกล ข้าว ลิ้นจี่ ลำไย แคนตาลูป สู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2562 พร้อมพบปะและให้คำแนะนำด้านต่างๆ แก่เกษตรกรในพื้นที่ หวังให้เกษตรกรได้พัฒนาคุณภาพผลผลิต จำหน่ายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การห่อช่อผลลิ้นจี่ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต สินค้าที่ได้มีคุณภาพและตลาดต้องการ ที่สำคัญเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จากปี 2561 ที่ผ่านมาเกษตรกรจังหวัดพะเยาที่ห่อช่อผลลิ้นจี่ สามารถสร้างตลาดตกลงการซื้อขายล่วงหน้า ประกันราคากิโลกรัมละ 70 – 80 บาท ในขณะที่ลิ้นจี่ไม่ห่อช่อผล จำหน่ายได้เพียงกิโลกรัมละ 35 บาท นับว่าเป็นความสำเร็จของศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)และการรวมตัวของเกษตรกรที่ทำระบบเกษตรแปลงใหญ่ลิ้นจี่จังหวัดพะเยาตามนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบันได้ขยายผลในพื้นที่ มีเกษตรกรได้ทำการห่อช่อผลลิ้นจีไปแล้วกว่าร้อยละ 50 “ลดแตก ลดร่วง ราคาดี มีคุณภาพ Premium ด้วยการห่อช่อผลลิ้นจี่”

นายนเรศ ฝีปากเพราะ

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่

ด้าน นายนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ลิ้นจี่ เป็นผลไม้สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบน แต่เกษตรกรก็มีความเสี่ยงในด้านการผลิตคือผลแตกและร่วง การห่อช่อผลลิ้นจี่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีกทั้งยังได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงเกรดPremium สีสวยและราคาดี เกษตรกรควรห่อช่อผลในระยะที่ลิ้นจี่เริ่มเข้าสีคือมีสีแดงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ (ช่วงประมาณต้นเดือนเมษายน) โดยใช้กระดาษโคบอนสีขาว ขนาด 38 X 54 เซนติเมตร โดยพับครึ่งกระดาษ แล้วทากาวแป้งเปียกติดขอบกระดาษในลักษณะพับถุง เปิดหัว-ท้าย จากนั้นตัดแต่งช่อผลและใบ โดยตัดแต่งผลลิ้นจี่ที่มีลักษณะไม่ได้คุณภาพ ไม่สมบูรณ์และเป็นโรคออก รวบช่อผลและใช้มืออีกข้างสอดถุงกระดาษเลื่อนขึ้นปิดช่อไม่ให้ผลโผล่ จากนั้นรวบปากถุงด้านบนมัดด้วยตอก โดยไม่ต้องรัดให้แน่นเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ การห่อช่อผลในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันโรคแมลงและหนอนเจาะขั้ว ป้องกันผลแตกร่วง ทำให้ได้ลิ้นจี่ลิ้นจี่คุณภาพเกรด Premium “ไหล่ยก อกตั้ง ก้นป้าน ร่องลึก เนื้อกอด ในแห้ง กลิ่นหอม รสหวาน” สำหรับกระดาษโคบอนที่ใช้ห่อช่อผลนี้ จะใช้ได้ 2-3 ฤดูกาลผลิต ทนต่อแรงลมไม่ฉีกขาดง่าย เมื่อเจอฝนน้ำซึมผ่านแห้งเร็ว  หลังจากห่อช่อผลแล้วประมาณ 30 วันก็เก็บเกี่ยวจำหน่ายได้ราคาดีและหยุดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช 15 วันก่อนการเก็บเกี่ยว

สำหรับอำเภอแม่ใจ ถือเป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดพะเยา ด้วยพื้นที่กว่า 10,467 ไร่ และเป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่คุณภาพดี (ลิ้นจี่ห่อ) และคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย GAP ของจังหวัดพะเยา ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้เกษตรกรจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในการผลิตลิ้นจี่มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และภาพลักษณ์ที่ดีในการส่งเสริมการผลิตลิ้นจี่คุณภาพดี (ลิ้นจี่ห่อ) ให้ผู้บริโภคนอกแหล่งผลิต ได้รู้จักลิ้นจี่ในจังหวัดพะเยาอย่างแพร่หลาย และเป็นกระจายลิ้นจี่ออกสู่ตลาดในช่วงที่มีปริมาณมากอีกด้วย

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *