ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดระเบียบพื้นที่ให้บริการต่างๆ ตามนโยบาย Social Distancing ร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล

     เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ   นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะซึ่งเดินทางมาติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลังจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีมติยกระดับความเข้มข้นในการคัดกรอง โดยกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ทุกช่องทาง ต้องบันทึกข้อมูลในแบบ ชม.1 เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัว ทั้งนี้ในส่วนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีขั้นตอนการปฏิบัติของผู้โดยสารดังนี้

1.เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจกแบบ ชม.1 ให้บันทึก

2.หลังบันทึกข้อมูลแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (ทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัครป้องกันภัย) จะตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลในเอกสาร และเก็บเอกสาร

3.ผู้โดยสารเดินผ่านจุดตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ก่อนประตูทางออก

4.เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะแจกเอกสารแนะนำการปฏิบัติตัว และขอความร่วมมือให้กักตัวสังเกตอาการ ณ ภูมิลำเนา เป็นเวลา 14 วัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเริ่มดำเนินการในวันนี้ (25 มีนาคม 2563) เป็นวันแรก อาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความไม่สะดวกในการบันทึกข้อมูลบ้าง แต่หลังจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จะขอความร่วมมือจากสายการบินต่างๆ แจกแบบ ชม.1 ให้ผู้โดยสารดำเนินการบันทึกข้อมูลตั้งแต่บนอากาศยานเพื่อความสะดวกและรวดเร็วต่อไป

นอกจากนี้ทางการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้จัดระเบียบพื้นที่ให้บริการต่างๆ ตามนโยบาย Social Distancing ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้รับความร่วมมือที่ดีจากผู้ประกอบการ ส่วนราชการ สายการบินในการกำหนดระยะห่างของพื้นที่ให้บริการ ขณะที่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการก็ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก้าอี้นั่งพักคอย และการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ลิฟต์ ให้มีระยะห่างมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มการตรวจคัดกรองผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และผู้ปฏิบัติงาน ให้ครอบคลุมทั้งหมดทุกคนที่เข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร และโดยเฉพาะผู้โดยสารจะได้รับการตรวจคัดกรองซ้ำอีกครั้งก่อนเข้าสู่ห้องโถงผู้โดยสารขาออกทั้งในและระหว่างประเทศ ซึ่งการตรวจคัดกรองจะมีทั้งการใช้อุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกายแบบมือถือ (Hand Held) และการใช้เครื่องเทอร์โมสแกน

ทั้งนี้เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการเกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตามหากผู้โดยสาร หรือผู้ใช้บริการ มีอาการไข้สูง ไอ จาม หรือมีน้ำมูก ขอความร่วมมือแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นจากแพทย์ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ หรือเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ อันจะเป็นการช่วยกันสกัดยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องที่คุณอาจสนใจ