“มาดามหยก” ร่วมเวทีดีเบตช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 “The Choice เลือกตั้ง 69” ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี 8 พรรคการเมืองเล็กใหญ่ร่วมโชว์วิสัยทัศน์

190792_0

มช. เปิดเวที ดีเบต “The Choice เลือกตั้ง 69” ร้อนระอุ ตัวแทน 8 พรรคการเมืองโชว์กึ๋นแก้ปัญหาประเทศ “เพื่อไทย” ชูธง พ.ร.บ. NEC ดันเชียงใหม่จัดการตนเอง “รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศลดค่าไฟเหลือ 3.3 บาท “ไทยสร้างไทย” เสนอ Tokenize สินค้าเกษตร ขณะที่ “ก้าวอิสระ-เศรษฐกิจ” ประสานเสียง “ไทยต้องมาก่อน” จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดเวทีการเมืองเข้มข้น “The Choice เลือกตั้ง 2569 @CMU” เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคาร 50 ปี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง โดยเวทีดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่กลางทางวิชาการ เปิดโอกาสให้ผู้แทนพรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ตอบคำถามอย่างตรงประเด็น และสะท้อนวิสัยทัศน์ต่ออนาคตประเทศต่อหน้านักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

กิจกรรมครั้งนี้มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมือง เข้าร่วม ประกอบด้วยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 5 คน และผู้แทนพรรค 3 คน โดยรูปแบบเวทีเริ่มตั้งแต่การแนะนำตัวแทนพรรค ช่วงอุ่นเครื่อง “Why ทำไมต้องพรรคนี้” ต่อด้วยการตอบคำถามจากประชาชนในช่วง “คำถามร้อยแปดพันซอง” การนำเสนอนโยบายต่อบริบทเชียงใหม่และภาคเหนือ ตลอดจนการสรุปทิศทางและข้อเสนอสำคัญของแต่ละพรรค ซึ่งสะท้อนการแข่งขันเชิงนโยบายอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์

ในการประชันวิสัยทัศน์รอบแรก พรรคก้าวอิสระ นำโดยนางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรค เคนดิเดทนายกรัฐมนตรี และเป็น สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระ เป็นพรรคน้องใหม่ จิตอาสาพัฒนาประเทศ ทำมา 28 ปี ทั้ง ชม. และส่วนกลาง จะนำพาเศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคง เยาวชน ทำอิสระทางเศรษฐกิจ อิสระการศึกษา อิสระทางความคิด อิสระทางการเงิน แก้ปัญหา pm.2.5 ขนส่งสาธารณะ มาสนับสนุนพรรคใหญ่ทำงาน มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นสามารถแก้ไขได้ภายใน 90 วัน

ด้านพรรคไทยก้าวใหม่ โดยนายภาณุวิชญ์ สายหมอก ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 2 เปิดเวทีด้วยแนวคิด “ธนู 4 ดอก” เน้นการสร้างคนและเศรษฐกิจใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เสริมศักยภาพ SME ให้เข้าถึงเทคโนโลยี ควบคู่การจัดการความมั่นคงสาธารณะ ทั้งปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการปราบปรามคอร์รัปชัน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ย้ำจุดแข็งพรรคเก่าแก่ 79 ปี กับประสบการณ์ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจหลายยุค เสนอการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ทั้ง Green Economy, Digital AI และ Silver Economy เพื่อผลักดัน GDP เติบโต พร้อมนโยบายการเมืองสุจริตและการรื้อคดีทุจริต

ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ชูภาพผู้นำที่เด็ดขาด พร้อมนโยบายปฏิรูประบบพลังงานและปราบทุนสีเทา โดยประกาศเป้าหมายลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท ยกเลิกกองทุนน้ำมัน และสนับสนุนการผลิตปุ๋ยราคาถูกจากทรัพยากรในประเทศ

ส่วนพรรคไทยสร้างไทย โดยนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เสนอโมเดล “เศรษฐกิจบอลลูน” ให้ท้องถิ่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยตนเอง ควบคู่การปลดหนี้คนตัวเล็กและใช้กลไก Matching Fund

พรรคประชาชน โดย รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยความรู้และความกล้าทางนโยบาย เสนอแนวคิด “Fair Game” จัดการทุนสีเทา และ “Orange Maker” กระจายเทคโนโลยีสู่ท้องถิ่น ทั้งระบบน้ำประปาดื่มได้และการจัดการขยะ เพื่อให้การพัฒนาเกิดทั่วถึง

ด้านพรรคเศรษฐกิจ นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรค ประกาศตัวเป็นทางเลือกใหม่ ท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเน้นการปกป้องอธิปไตย การปราบทุจริตขั้นเด็ดขาด และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่พรรคเพื่อไทย โดย นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยกุล ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 ระบุถึงการต่อยอดผลงานในอดีต สู่เป้าหมายผลักดันประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสร้างโอกาสทางการศึกษา

ในช่วงตอบคำถามเชิงนโยบาย พรรคเพื่อไทยประกาศผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ 4 เสาหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดิจิทัล ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์/ประชุม และเกษตรแปรรูป ควบคู่แนวคิดเชียงใหม่มหานครและการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติย้ำแผน “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” ปรับโครงสร้างพลังงาน ใช้ต้นทุนก๊าซในประเทศโดยตรง พร้อมกระจายงบสู่ท้องถิ่นผ่านแนวคิด “10 มหานคร”

พรรคไทยสร้างไทยเสนอแนวคิด Tokenize สินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ข้าว และมันสำปะหลัง เพื่อเพิ่มมูลค่าในตลาดโลก พร้อมโมเดลกระจายอำนาจตามความพร้อมของจังหวัด ด้านพรรคเศรษฐกิจชูนโยบาย “Thailand First” เสนอให้สวัสดิการการศึกษาฟรีมุ่งสู่เด็กไทยเป็นหลัก และประกาศท่าทีแข็งกร้าวต่อการทุจริต ขณะที่พรรคประชาชนเสนอยุทธศาสตร์ต่างประเทศแบบ “Pro-Thailand” และสูตรปรับค่าแรงตามผลิตภาพแรงงาน ส่วนพรรคก้าวอิสระย้ำจุดยืนแรงงานไทยต้องมาก่อน พร้อมแนวคิดการศึกษาทางเลือกใช้เทคโนโลยีลดความเหลื่อมล้ำ

พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและใช้กฎหมาย Guillotine Law ยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย ขณะที่พรรคไทยก้าวใหม่เสนอการตั้งโรงไฟฟ้าขยะทุกจังหวัด และผลักดันเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

เวทีดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ ศูนย์สื่อสารองค์กร มช. คณะคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์  คณะการสื่อสารมวลชน คณะสังคมศาสตร์ สถาบันพระปกเกล้า และสื่อมวลชน พร้อมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ทางเพจ FM100 เสียงสื่อสารมวลชน  สะท้อนบทบาทสถาบันการศึกษาในการส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตย และกระตุ้นให้ประชาชนติดตามนโยบายอย่างรอบด้าน ก่อนใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักจากกองเชียร์และนักศึกษาคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด.

เรื่องที่คุณอาจสนใจ