นักปั่นกว่าครึ่งหมื่นคนแห่สมัครแข่งขันในรายการ “คนพันธุ์อึด พิชิตดอยอินทนนท์ ครั้งที่ 11” พร้อมร่วมณรงค์ป้องกันหมอกควันและไฟป่า ใช้เส้นทางสู่อุทยานดอยอินทนนท์ส่งเสริมท่องเที่ยว

นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่เมื่อวันอังคารที่ 30 มกราคมศกนี้ โดยเปิดเผยว่ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบให้อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ดำเนินงานตามโครงการปั่นสองน่องท่องอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อรณรงค์และป้องกันไฟป่า ประจำปี พ.ศ. 2561 (ท้าพิชิตอินทนนท์ คนพันธุ์อึด ครั้งที่ 11) โดยเห็นว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และนันทนาการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ทั้งนี้ได้มีกำหนดจัดกิจกรรมดังกล่าวในวันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งจะมีพิธีปล่อยขบวนนักปั่น ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จากอำเภอจอมทองถึงยอดดอยอินทนนท์ บนเส้นทาง 1009 จากหลักกิโลเมตรที่ 0 – 48 โดยนักปั่นที่ทำเวลาน้อยที่สุดจะได้รับโล่เกียรติยศและเสื้อเจ้าภูเขา ณ เวทียอดดอยอินทนนท์ โดยมีสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพจอมทองจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในด้านรับสมัครนักปั่นและกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ ให้นักปั่นได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับจำนวนนักปั่นจักรยานที่ได้ลงชื่อสมัครและลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า ประกอบด้วยนักปั่นชายและหญิงจำนวนทั้งสิ้น 7,500 รายซึ่งเพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2,500 ราย อันแสดงถึงความสนใจให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานได้เป็นอย่างดี ซึ่งการที่กรมอุทยานแห่งชาติเปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อกิจกรรมปั่นจักรยานด้วยเหตุผลด้านการท่องเที่ยวและนันทนาการ นอกเหนือจากการสร้างที่มีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วยแล้ว จึงมีผลต่อการดึงดูดความสนใจให้นักปั่นมาลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมอย่างล้นหลามยิ่งกว่าปีก่อน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า เส้นทางขึ้นสู่ดอยอินทนนท์นั้น ค่อนข้างมีความลาดชันและประกอบด้วยโค้งที่คดเคี้ยวหลายจุด จึงส่งผลให้กรมอุทยานแห่งชาติคำนึงถึงกรณีอุบัติเหตุรวมทั้งเหตุจากความเจ็บป่วยอย่างกะทันหัน อันอาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมกิจกรรม จึงได้ขอรับการสนับสนุนจาก โรงพยาบาลรามคำแหง ในการจัดหน่วยแพทย์ฉุกเฉินขึ้นประจำจุดเสี่ยงรวม 3 ชุด โดย โรงพยาบาลรามคำแหง ร่วมกับ โรงพยาบาลสินแพทย์ และโรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ได้ให้ความอนุเคราะห์ในการส่งคณะแพทย์และพยาบาลแผนกฉุกเฉิน พร้อมทางรถพยาบาลที่ติดตั้งอุปกรณ์กู้ชีพรวม 3 คันขึ้นไป ประจำและพร้อมรับมือไว้แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย อีกทั้งยังมีนักปั่น ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารของ โรงพยาบาลรามคำแหง และมีความชื่นชอบเรื่องการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพรวม 2 คนเข้าร่วมทดสอบพลังกับนักปั่นทั้งหลายด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *