แสนสิริประกาศปิดการขาย “ดีคอนโด พิงค์ ” กวาดยอด1,800ล้านบาทหลังเปิดขายเพียง 6 เดือน มั่นใจตลาดเชียงใหม่ยังบูม

แสนสิริโชว์ผลงานล่าสุด ประกาศปิดการขายโครงการ “ดีคอนโด พิงค์” มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาทอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยจำนวน 687 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ซึ่งเป็นการปิดการขายได้ตรงตามที่คาดการณ์ไว้โดยใช้เวลาขายเพียง 6 เดือน

แสนสิริโชว์ผลงานล่าสุด ประกาศปิดการขายโครงการ “ดีคอนโด พิงค์” มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาทอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยจำนวน 687 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ซึ่งเป็นการปิดการขายได้ตรงตามที่คาดการณ์ไว้โดยใช้เวลาขายเพียง 6 เดือน โดยแบรนด์ดีคอนโดนับเป็นแบรนด์โครงการคอนโดมิเนียมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่บนทำเลถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ติดเซ็นทรัล เฟสติวัล ซึ่งปัจจุบันพื้นที่นี้ได้พัฒนาเป็นโครงการดีคอนโด และปิดการขายไปแล้วถึง 3 โครงการ ได้แก่ ดีคอนโด ซายน์, ดีคอนโด นิมและล่าสุดดีคอนโด พิงค์ จำนวนรวมกว่า 2,000 ยูนิต เพื่อให้เป็นเสมือนเป็นคอมมูนิตี้ส่วนตัวของลูกบ้านด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริในการคัดสรรทำเลศักยภาพในการพัฒนาโครงการมาโดยตลอด

นายสมเกียรติ หงษ์ทรัพย์ภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า“สำหรับการพัฒนาโครงการในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันนี้ เรามั่นใจว่าเราได้พิสูจน์ศักยภาพของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ด้วยความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในชื่อเสียงของแสนสิริที่ได้รับการยอมรับทั้งในเมืองไทย และต่างประเทศซึ่งทีมงานได้อาศัยการลงพื้นที่จริง ศึกษาวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ และให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งรูปแบบของห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่แตกต่างจากโครงการอื่น รวมถึงการเอาใจใส่ด้านการบริการหลังการขายให้เป็นไปตามที่คาดหวัง     จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่ถือเป็นเส้นทางหลักของเชียงใหม่ และมีแนวโน้มในการขยายตัวได้อีกมาก ทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือลงทุนปล่อยเช่า ซึ่งมีสัดส่วน 55:45ตามลำดับ ซึ่งมีอัตราการปล่อยเช่าตั้งแต่ 10,000 – 25,000 บาทต่อเดือนทีเดียว”

“สำหรับแนวโน้มการขยายโครงการของแสนสิริในอนาคต เรายังมองเห็นศักยภาพของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไปได้อีกไกล และคาดว่าจะมีการเร่งขยายตัวสูงขึ้นอีกเพื่อรองรับแผนการพัฒนาเมืองของรัฐบาล โดยแสนสิริยังคงมองหาทำเลที่เหมาะสมในทุกๆ ด้าน ในการพัฒนาโครงการทั้งในแนวราบ และแนวสูง เพื่อสอดรับกับการความต้องการที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวราบ หรือโครงการบ้านเดี่ยวในแบรนด์เศรษฐสิริ หรือกลุ่มตลาดระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้โครงการเศรษฐสิริ สันทราย มียอดขายไปกว่า 95% แล้ว และคาดว่าจะปิดการขายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2018 อย่างแน่นอน” นายสมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

โดยปัจจุบัน แสนสิริยังมีการขายโครงการบ้านเดี่ยวอีก 2 โครงการ ได้แก่โครงการเศรษฐสิริ สันทราย และบุราสิริ สันผีเสื้อ และเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายสุดท้ายปลายปี แสนสิริจึงจัดโปรโมชั่นพิเศษอาทิ ฟรีค่าใช้จ่ายการโอน และค่าส่วนกลาง 1 ปี พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 300,000 บาทสำหรับบุราสิริ สันผีเสื้อ และส่วนลดสูงสุดถึง2 ล้านบาทสำหรับเศรษฐสิริ สันทราย โดยลูกค้ายังได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นด้วยบริการAlexa Voice Serviceเทคโนโลยีระดับโลกจาก Amazon Web Services มาใช้เพื่อพัฒนาบริการและฟังก์ชั่นใหม่ๆ ของ Home Service Application โดยรับคำสั่งพื้นฐานการใช้งานของฟังก์ชั่นต่างๆ ที่สอดรับกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบยอดค่าน้ำค่าไฟ ตรวจเช็คพัสดุ การจองและตรวจสอบสถานะการใช้งานของพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการเพื่อให้เติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ (Complete Your Living Experience) อีกด้วย.

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *