ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ปรับแผนการทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรและเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ปรับแผนการทำฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรและเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน หลังพบว่าเขื่อนแม่กวงฯ ยังมีปริมาณน้ำเพียง 20% โดยหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประสบวาตภัย น้ำท่วม และดินถล่ม

นางสาว หนึ่งหทัย ตันติพลันทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้ปรับแผนจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปีงบประมาณ 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการน้ำในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป เพราะจากการติดตามสถานการณ์น้ำเก็บกักของเขื่อนขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ และเขื่อนในเขตภาคเหนือ พบว่าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียง 20% ที่ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักปกติ ซึ่งยังรับน้ำได้อีก 209 ล้าน ลบ.ม.(80%) และจากการสำรวจความต้องการน้ำฝนของพื้นที่ในเขตรับผิดชอบพบว่า ยังมีความต้องการขอรับการสนับสนุนฝนหลวงดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จึงได้ปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตร และเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน

ทั้งนี้ จะคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่อยู่ปฏิบัติการต่อไป เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ทางการเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูนลำปาง พะเยา และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา และแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ โดยมีเครื่องบินรวมทั้งหมด จำนวน 4 เครื่อง และคงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดตากอยู่ปฏิบัติการต่อ เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ทางการเกษตร และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักใกล้กับเขื่อนหลักในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ พื้นที่การเกษตรจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พิจิตร เพชรบูรณ์ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ โดยมีเครื่องบินรวมทั้งหมดจำนวน 3 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ทางการเกษตรและเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนหลักในพื้นที่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเหนือยังคงติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และพร้อมที่จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ร้องขอทันทีที่สภาพอากาศเหมาะสม รวมทั้งหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น พื้นที่ที่เก็บเกี่ยวผลผลิต พื้นที่ที่ประสบวาตภัย น้ำหลาก น้ำท่วม และดินถล่ม เป็นต้น

ทั้งนี้ สามารถแจ้งข้อมูลสถานการณ์ความต้องการฝนในพื้นที่โดยตรง ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-275051 ต่อ 12 และติดต่อข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ หรือทางเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร www.royalrain.go.th รวมทั้งมีบริการข้อมูลผลตรวจเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศบนหน้าเว็บไซต์กรมฝนหลวงและการบินเกษตรหรือเข้าถึงได้ที่ http://122.154.75.14/RRMThaiGov/RadarApp/RadarMainRoyalRain.php

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *