มิชลินเดินหน้ารณรงค์ต่อเนื่อง ปลูกจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัยใส่หมวกกันน็อคที่อำเภอสารภีเชียงใหม่

 

บริษัท สยามมิชลิน จำกัด รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกกันน็อคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ MICHELIN Safe on the Road “มิชลินรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย” มอบหมวกกันน็อคกว่า 2,000 ใบแก่เยาวชนและประชาชนชาวอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายกฤกษณ์ ธนาวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด และนายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมส่งมอบ ณ โรงเรียนเวฬุวัน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

 

นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สยามมิชลิน จำกัด

นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า มิชลินได้ริเริ่มโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องถึง 25 ปีแล้ว สำหรับโครงการ มิชลิน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกกันน็อค ได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมด้านความปลอดภัยบนท้องถนนและสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์และผู้ที่ซ้อนท้าย เพราะมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมในเขตเมืองและชุมชนต่างๆ ดังนั้น การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันและลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุจึงสำคัญยิ่ง โดยครั้งนี้ ยังจัดให้มีกิจกรรมการให้ความรู้ด้านกฎวินัยการจราจรแก่กลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

จากการที่องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มากที่สุดในโลก เฉลี่ยปีละประมาณ 5,500 ราย และจากสถิติอุบัติเหตุจากกรมการขนส่งทางบกล่าสุดระบุว่า ผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 86 ไม่สวมหมวกกันน็อค และพบว่าร้อยละ 70 ของผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นคนในชุมชนและหมู่บ้านตามถนนสายรองต่างๆ โดยเฉพาะกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปีนั้น พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึงปีละกว่า 700 ราย ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการสวมหมวกกันน็อคเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดทอนความรุนแรงและความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ จึงควรได้รับการรณรงค์และนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการของเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่เพียงแต่ในช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่รวมถึงการเดินทางในทุกๆ วัน นายเสกสรรค์กล่าวในตอนท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *