นอภ.เวียงแหง ลุ้นเปิดด่านหลักแต่ง เอื้อประโยชน์ด้านการค้าและขนส่งทั้งสองฝ่าย

 

นายอำเภอเวียงแหง ลุ้นรัฐบาลไทยและเมียนมาร์เจรจาลงตัวเปิดด่านหลักแต่ง อำเภอเวียงแหง มั่นใจศักยภาพของพื้นที่สามารถเอื้อประโยชน์ด้านการค้าชายแดนของทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านการขนส่ง แลกเปลี่ยนสินค้า และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

 

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 เวลา 18.30 น. ณ อำเภอเวียงแหง นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอเวียงแหง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับแนวโน้มในการเปิดด่านหลักแต่ง พื้นที่อำเภอเวียงแหงว่า ในอนาคตหากมีการเปิดด่านพรมแดนไทย-เมียนมาร์ บ้านหลักแต่ง จะเอื้อประโยชน์ด้านการค้ากับทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เพราะด่านหลักแต่งมีข้อได้เปรียบด้านการเดินทาง มีระยะทางห่างจากกรุงเนปิดอว์เมืองหลวงของเมียนมาร์ประมาณ  200 กิโลเมตร หรือจะเดินทางไปเมืองมัณฑะเลย์ก็มีระยะทางไม่ไกลมากนัก และสามารถเดินทางไปต่อยังเมืองลุ่ยลี่ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการเชื่อมโยงทั้งการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในปัจจุบันทางเมียนมาร์ก็ได้มีการพัฒนาเส้นทางถนนมาห่างจากชายแดนไทยประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งหากมีการเจรจากับฝ่ายเมียนมาร์ลงตัวก็สามารถต่อยอดการเดินทางของทั้ง 2 ฝ่ายได้ทันที โดยในปัจจุบันชาวอำเภอเวียงแหงที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในฝั่งเมียนมาร์ ต้องเดินทางไปยังอำเภอแม่สายและข้ามด่านพรมแดนเข้าสู่ท่าขี้เหล็ก เพื่อเดินทางอ้อมลงมาหาญาติพี่น้อง ซึ่งหากมีการเปิดด่านก็จะช่วยอำนวยความสะดวกและย่นระยะเวลาการเดินทางของประชาชนทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มมากขึ้น

 

แต่ทั้งนี้ นายอำเภอเวียงแหง ได้ยอมรับข้อจำกัดของพื้นที่อำเภอเวียงแหงด้านการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันต้องผ่านเส้นทางคดเคี้ยวผ่านภูเขาสูงชัน ทำให้รถขนสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเดินทางมายังอำเภอเวียงแหงได้สะดวกนัก หากในอนาคตมีการตัดถนนเส้นใหม่เลียบลำน้ำแม่แตง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินทัพของพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชครั้งยกทัพมาตีกรุงอังวะในอดีต ซึ่งเป็นพื้นที่ราบและไม่คดเคี้ยว ก็จะสามารถย่นระยะทางและเวลาในการเดินทางจากปัจจุบันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเสนอต่อรัฐบาลไทยเพื่อดำเนินการต่อไป

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *