ตะลึง! “นกแขวก” นับพันตัวแห่ทำรังในสวนสัตว์เชียงใหม่ คาดเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์

ตะลึง “นกแขวก” นับพันตัวยกฝูงทำรังเรียงรายบนยอดไม้ในสวนสัตว์เชียงใหม่ ทั้งจับคู่ผสมพันธุ์ วางไข่ ฟักไข่ และมีลูกนกเกิดใหม่อีกจำนวนมาก คาดปักหลักตั้งถิ่นฐานเนื่องจากสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ สงบ และปลอดภัย เชิญชวนนักท่องเที่ยวและน้องๆเข้ามาชื่นชมได้ทุกวันต้อนรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ตรงข้ามวันกู่ดินขาว สวนสัตว์เชียงใหม่

 

นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่บริเวณวัดกู่ดินขาว ในสวนสัตว์เชียงใหม่ พบมีนกแขวกนับพันตัว อพยพมาทำรังตั้งถิ่นฐานอยู่นานกว่าเดือนแล้ว มีการผสมพันธุ์ วางไข่ ฟักไข่ และมีลูกนกเกิดใหม่ เป็นจำนวนมาก ซึ่งการย้ายเข้ามาอาศัยในพื้นที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ดังกล่าวนี้คาดว่าน่า จะเนื่องมาจากเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ สงบ และปลอดภัย ทั้งนี้ฝูงนกแขวกดังกล่าวได้มีการทำรังอยู่บนยอดไม้สูงเรียงรายกันหลายร้อย รัง ซึ่งนับเป็นภาพที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้สนใจเข้าเที่ยวชมได้ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์นี้

 

 

 

 

 

 

สำหรับ นกแขวก นั้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Nycticorax nycticorax) เป็นนกชนิดหนึ่งจำพวกนกยาง จัดเป็นนกยางหรือนกกระยางชนิดที่ปรับตัวให้หากินในเวลากลางคืนได้ ซึ่งต่างจากนกยางทั่วไปที่หากินในเวลากลางวัน โดยได้ชื่อมาจากเสียงร้องที่ดัง “แคว้ก” ที่มักจะร้องดังขณะบินผ่านยามค่ำคืน มีแหล่งอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น บึงที่มีไม้ยืนต้นขึ้นรก ๆ หรือแม้แต่ตามสวนสาธารณะในเมืองใหญ่ มักเกาะอยู่กับกิ่งไม้หรือตอไม้นิ่ง ๆ เพื่อรอจับเหยื่อ ซึ่งได้แก่ สัตว์น้ำรวมถึงสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเล็กๆ โดยแม้จะหากินในเวลากลางคืนเป็นหลักและไม่ค่อยบินไกลในเวลากลางวัน แต่พฤติกรรมการหากินในเวลากลางวันก็เป็นเรื่องปกติ

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก พบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อน ยกเว้นทวีปออสเตรเลีย นกแขวกทางตอนใต้ของทวีปอเมริกามีกระหม่อมและหลังสีเทาอ่อนกว่าที่อื่น นอกจากนี้บริเวณส่วนหัวและอกก็เป็นสีน้ำตาลอมเทา ประชากรทางตอนเหนือจะอพยพบินสู่ทางใต้ในช่วงฤดูหนาว ทำรังวางไข่บนต้นไม้ มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นอาณานิคมปะปนกับนกน้ำประเภทอื่น ๆ โดยเฉลี่ยในตัวเมียจะมีเส้นขนยาวคล้ายเปียที่ท้ายทอยสั้นกว่าตัวผู้ และมีขนาดตัวเล็กกว่า ม่านตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดงก่ำเมื่ออายุได้ 3 ปีขึ้นไป ในวัยที่ยังไม่โตเต็มที่มีลำตัวเต็มไปด้วยลวดลายสีน้ำตาลกลมกลืนกับสภาพแวด ล้อม มีแต้มสีขาวตามขนปีก ซึ่งลวดลายเหล่านี้จะหายไปและแทนที่ด้วยกระหม่อมและหลังสีเทาเข้ม ตัดกับลำตัวสีเทาอ่อนจนเกือบขาวเมื่อมีอายุมากขึ้น

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *