ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แถลงนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล

พ่อเมืองเชียงใหม่ แถลงนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เตรียมผลักดันเชียงใหม่ เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการสุขภาพ  รวมพลังคนเชียงใหม่ขับเคลื่อนนโยบายสู่ เมืองสร้างสรรค์  Smart City – Northern Food Valley และเมืองมรดกโลก

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เวลา 17.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงทิศกาลขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ที่สำนักชลประทานที่ 1 อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ในปี 2560 จังหวัดเชียงใหม่ได้ กำหนดแนวทางการพัฒนาที่เป็นจุดเน้น (Focus) และทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Direction) สำคัญในระยะยาว  ผลักดันให้เชียงใหม่เป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการสุขภาพ (Tourism and Health Hub) เชื่อมโยงสู่เมืองท่องเที่ยวในภูมิภาค  เนื่องจากเชียงใหม่มีความหลากหลาย ทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ประเพณี  การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและกีฬา  การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ  และการท่องเที่ยว MICE  และการเป็นศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจบริการด้านสุขภาพทั้งการแพทย์ปัจจุบัน และแพทย์ทางเลือกซึ่งจะสามารถรักษาและต่อยอดภูมิปัญญาการแพทย์พื้นถิ่นสู่รูปแบบการบริการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่น

จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งของงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านประเภทต่างๆ ทั้ง งานเครื่องเขิน งานเครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา งานหล่อ และบุดุนโลหะ งานทอผ้า งานแกะสลักและผลิตภัณฑ์จากไม้ งานจักสาน และงานศิลปะกระดาษต่างๆ ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนจะผลักดันให้เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Creative City of Crafts and Folk Art) ของ UNESCO  ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำใบสมัครเพื่อจัดส่งให้กับคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติผ่านไปยัง UNESCO

การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่  เมืองมรดกโลก (World Heritage)  ถือเป็นวาระการพัฒนาที่สำคัญร่วมกันของคนเชียงใหม่ที่ได้มีการวางแผน และกำหนด ทิศทางการพัฒนาของเมือง ให้สามารถเติบโตโดยยังคงรักษาคุณค่าหรือมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้คงอยู่  ความตื่นตัวและความตั้งใจของภาคส่วนต่างๆ  ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก (Tentative list) เมื่อปี พ.ศ. 2558  จากผลการศึกษาความเป็นไปได้ของคณะทำงานฯ พื้นที่ที่จะมีการกำหนดเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นเขตมรดกโลก  (Nomination Property) ประกอบด้วย 3 แหล่งมรดกที่มีคุณค่าของเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ 1) เวียงเชียงใหม่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองเก่าชั้นในและพื้นที่เมืองเก่าชั้นนอก 2) พื้นที่เวียงสวนดอก และ 3) พระธาตุดอยสุเทพและองค์ประกอบที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของแต่ละพื้นที่ ภายใต้แนวคิดการขึ้นทะเบียนแบบกลุ่ม (Serial Nomination)

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีนโยบายให้ 2 เมืองท่องเที่ยวระดับโลกของไทย คือ จังหวัดภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ หรือ SMART CITY เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอล ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ให้มีความปลอดภัย และสะดวกสบายในการดำรงชีวิต เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมเป็นตัวนำ จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อน Smart City คือ กินดี อยู่ดี มีสุข โดยมีกลยุทธ์การขับเคลื่อน ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตัล โดยการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับ และ ลดต้นทุนภาคการผลิตและบริการ ทั้งในภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว และภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และหัตถอุตสาหกรรม   ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการตลาด  และการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอลในรูปแบบใหม่

การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการด้านสาธารณสุข การดูแลผู้ป่วย  รวมถึงการติดตามดูแลผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ ยกระดับความมั่นคง  ด้วยการยกระดับระบบกล้อง CCTV เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัย  และการนำนวัตกรรมมาใช้ในการป้องกันและเตือนภัยด้านภัยพิบัติต่างๆ  ได้แก่ ปัญหาอุทกภัย และดินโคลนถล่ม  ปัญหาหมอกควัน ปัญหาภัยแล้ง ฯลฯ  รวมถึง การพัฒนาการบริหารและการบริการภาครัฐ  เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและบริการประชาชน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้สอดรับการบริบทการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร ซึ่งจังหวัดมีศักยภาพทั้งเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ เกษตรแปรรูป พืชผักเมืองหนาว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย คือ การเป็น Northern Food Valley  โดยหนึ่งในสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูงที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องการยกระดับเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประชาชน ก็คือ กาแฟ ด้วยเหตุนี้ จึงได้กำหนดให้การเป็น Coffee Hub เป็น flagship project ของจังหวัด  โดยกำหนดกิจกรรมการขับเคลื่อนในลักษณะ value chain ตั้งแต่ การพัฒนาปัจจัยพื้นฐานการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม วิจัยและนวัตกรรม และการส่งเสริมการตลาด โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี  พ.ศ. 2560 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จำนวน 97 ล้านบาท

นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในเขตเมืองและพื้นที่รอบนอก โดยมีเป้าหมาย คือ เมืองสีเขียว (green city) ซึ่งมีจุดเน้นสำคัญ ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการป่าต้นน้ำและ แหล่งน้ำ  การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และอนุรักษ์พื้นที่สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการขยะ มลภาวะ และสาธารณภัย  การพัฒนาประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน และระบบขนส่งมวลชน  การให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าอยู่ และรักษาการเติบโตให้เป็นไปอย่างสมดุลต่อไป โดยมีวาระสำคัญพิเศษ คือ การฟื้นคืนคลองแม่ข่า และการแก้ไขปัญหาหมอกควันโดยสนับสนุนการปลูกกาแฟทดแทนการปลูกข้าวโพด และการป้องกันแก้ไขปัญหาการเผาโดยกระบวนการประชารัฐ

 

ทั้งนี้ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ตามเป้าหมายที่กำหนดได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน คนเชียงใหม่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกภาคส่วนได้มีร่วมกันอย่างจริงจัง ในการสร้างเมืองเชียงใหม่ร่วมกัน.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *