ม.แม่โจ้ ผุดไอเดียเจ๋ง ชวนนักศึกษา “ปลูกผักแลกค่าเทอม” สร้างคน สร้างรายได้ สร้างความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ปลูกผักแลกค่าเทอม” ชวนนักศึกษาสร้างรายได้จากการทำงาน ด้วยการนำองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดผลผลิตพืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ นำมาจำหน่าย ณ กาดแม่โจ้ 2477 สร้างรายได้ให้แก่นักศึกษา แบ่งเบาภาระพ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้จำนวนมาก

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น. ณ โดมออร์แกนิค มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยตัวแทนคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ปลูกผักแลกค่าเทอม” ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการให้นักศึกษาที่มีความต้องการแบ่งเบาภาระของ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง โดยการสร้างรายได้จากการทำงาน ด้วยการนำองค์ความรู้ในห้องเรียน สู่การปฏิบัติงานจริง ซึ่งผลผลิตจากการปฏิบัติงานในแปลง/ ในฟาร์ม ก่อให้เกิด พืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ นำมาจำหน่ายสร้างรายได้ให้แก่นักศึกษา

 

สำหรับขั้นตอนและสิ่งที่นักศึกษาต้องปฏิบัติ มีดังนี้

1.ยื่นความจำนงเป็นนักศึกษาในโครงการ ปลูกผัก แลก ค่าเทอม

2.นักศึกษาได้ลงแปลง/ฟาร์มของจริง และได้ประสบการณ์ ที่เป็นความรู้ เทคนิควิธีที่ถูกต้อง

3.การลงงานปฏิบัติงานภาคสนาม เปรียบเทียบได้กับการลง shop ของนักศึกษาคณะวิศวกรรม

4.สิ่งที่นักศึกษาได้รับการปลูกฝัง ให้เป็นปรัชญาการทำงาน ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจะเป็นมหาวิทยาเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศไทย

5.พื้นที่ที่ใช้นำร่องในการทดลองคือ สำนักฟาร์ม 907 ไร่ อำเภอ สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาเป็นโซนๆ ให้ นักศึกษา 487 คน จาก 12 คณะ ได้ปฏิบัติงาน/ลงแปลง  นอกจากนี้ มหาวิทยาลัย ยังมีโครงการนำพื้นที่ กว่า 6,000 ไร่ จาก สำนักฟาร์มอำเภอพร้าว 1,200 ไร่ สำนักฟาร์ม อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่2,000 ไร่ และ สำนักฟาร์ม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร 2,000 ไร่ พื้นที่เหล่านี้ กำลังทยอยพัฒนาให้นักศึกษาได้ลงแปลงเพื่อการผลิตเกษตรอินทรีย์

 

             เมื่อเกิดผลผลิต พืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อันเป็นความอุตสาหะมานะของนักศึกษา  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงเปิด กาดแม่โจ้ 2477 เพื่อเป็นตลาดรองรับผลผลิตดังกล่าว ทำไมกาดแม่โจ้ จึงต้องมี  2477 เพราะเป็นปีของการก่อกำเนิด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงมี อายุ 83 ปี

 

หลักการจัดสรรผลประโยชน์รายได้ ของนักศึกษาในโครงการ ที่แม้จะมีเป้าหมายโครงการที่นำรายได้เป็นทุนการศึกษาเช่นเดียวกับ กองทุน กยศ. ซึ่งนักศึกษากู้ยืมต่อเนื่อง 4 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ทำงานแล้ว มีรายได้ จึงชำระคืนเงินกู้ยืม. แต่โครงการ ปลูกผัก แลก ค่าเทอม มีความแตกต่าง กล่าวคือ รายได้ที่จากการจำหน่ายผลผลิตสะสมระหว่างภาคเรียน จะถูกหักเป็นค่าเล่าเรียนในภาคการศึกษาต่อไป นักศึกษา จึงไม่มีสถานะเป็นลูกหนี้ กองทุน

 

 

 

การบริหารจัดการโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้  ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการ 3 ส่วน ประกอบด้วย

1.คณะกรรมการวิชาการ

2.คณะกรรมการจัดการผลผลิต

3.ตัวแทนนักศึกษาจากทุกคณะ(เพื่อมีส่วนร่วมของกระบวนการในทุกขั้นตอน)

 

ผลได้ของโครงการ

1.นักศึกษาจะได้ความรู้จากการทำงาน เทคนิคการปฏิบัติจริง จากคณาจารย์ ที่มีความรู้ ความสามารถ

2.ผลผลิตทั้งหมด จะเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ รับประกันโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้

3.นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับผลตอบแทน จากความสามารถ ความอุตสาหะ เมื่อหักต้นทุนแล้ว จะได้รับเงินคืนเพื่อเป็นค่าเทอม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *