รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กำชับทุกอำเภอยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับการเดินทางกลับของประชาชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กำชับทุกอำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจต่าง ๆ แนะปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับการเดินทางกลับของประชาชน พร้อมขอให้ทุกจุดตรวจดำเนินการควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองโควิด-19 และการตรวจค้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ (POC) ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในปีนี้ได้กำหนดช่วง 7 วันอันตรายไว้ ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2563 – 4 มกราคม 2564 และมีเป้าหมายลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลปีใหม่เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง

สำหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันที่ 1 มกราคม 2564 พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 24 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 24 ราย เป็นชาย 21 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุ 28 ปี ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ไม่สวมหมวกนิรภัย ประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง ทัศนวิสัยไม่ดี จนทำให้พุ่งชนซุ้มประตูศาลาประชาคมประจำหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอสารภี ทั้งนี้อำเภอที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นสูงสุดได้แก่ อำเภอสันทราย จำนวน 4 ครั้ง อำเภอสารภี และอำเภอหางดง จำนวน 3 ครั้ง อำเภอฝาง สันกำแพง สันป่าตอง และอำเภอไชยปราการ จำนวน 2 ครั้ง อำเภอจอมทอง ดอยหล่อ พร้าว เมืองเชียงใหม่ แม่วาง และอำเภอแม่อาย จำนวน 1 ครั้ง โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาแล้วขับ

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำทั้ง 25 อำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่ และให้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม รวมทั้งปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับการเดินทางกลับของประชาชนในช่วงที่จะถึงนี้ด้วย และขอให้ทุกจุดตรวจดำเนินการควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองโควิด-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่ รวมทั้งการดำเนินการครอบคลุมไปถึงการตรวจค้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในส่วนของพื้นที่ที่มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุสูง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้เกิดการเข้มงวดกวดขันความปลอดภัยในพื้นที่ต่อไป พร้อมเน้นย้ำให้สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ให้มีการสวมหมวกนิรภัย ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องที่คุณอาจสนใจ