ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เปิดตัวโครงการนำร่องข้าวส่งตรง ข้าวโฮมเมด และข้าวเลือกได้ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวภาคเหนือ

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการโลจิสติกส์ และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวโครงการนำร่องข้าวส่งตรง ข้าวโฮมเมด และข้าวเลือกได้ ภายใต้โครงการจัดทำ Innovation Road Map ของอุตสาหกรรมข้าว เพื่อสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตพื้นที่ภาคเหนือ แก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำและเกษตรกรถูกกดราคาผลิตผลอย่างยั่งยืน

 

dsc_7615-copyสำหรับโครงการนำร่องข้าวส่งตรง ข้าวโฮมเมด และข้าวเลือกได้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2559 ดำเนินงานระหว่างเดือนพฤษภาคม 2559 – มกราคม 2560 รวมระยะเวลา 270 วัน โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่า เพิ่มยอดขาย สร้างช่องทางในการจัดจำหน่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเขตพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคข้าวที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง (นักธุรกิจในภาคเอกชน นักวิชาการ และบุคลากรในหน่วยงานสนับสนุน) ในการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมข้าว โดยในงานเปิดตัวได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง บริเวณริมปิง ซุปเปอร์มาร์เก็ต ภายในศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ โครงการนำร่องข้าวส่งตรง ข้าวโฮมเมด และข้าวเลือกได้ ประกอบไปด้วย 3 โครงการย่อย ดังนี้

  • โครงการข้าวส่งตรง เป็นโครงการที่สร้างรูปแบบใหม่ในการขายข้าวของเกษตรกร โดยสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายให้ผู้บริโภคสามารถซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โครงการฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดขั้นตอนการซื้อ-ขายข้าวระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค และเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรมีรายได้และช่องทางการขายข้าวได้มากขึ้น

การดำเนินการของโครงการ จะทำการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ให้สามารถนำข้าวพันธุ์ใดก็ได้มาเข้าร่วมโครงการ โดยเกษตรกรจะสามารถขายข้าวให้กับผู้บริโภคผ่านช่องทางการจำหน่าย 2 ช่องทาง คือ 1) เพจเฟซบุ๊ค www.facebook.com/ข้าวส่งตรง-Mostdirectrice และ 2) เวปไซต์ข้าวหลักของโครงการ (http://www.mostdirectrice.com) ซึ่งมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 8 กลุ่ม มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 13 ผลิตภัณฑ์ และมีปริมาณข้าวในโครงการ 18.5 ตัน

  • โครงการข้าวโฮมเมด เป็นโครงการที่ศึกษาแนวโน้มของรูปแบบการบริโภคข้าวแบบใหม่ ที่ให้ผู้บริโภคสามารถสีข้าวสดทานเองที่บ้าน โดยใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่มีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องชงกาแฟสดในบ้าน รูปแบบการบริโภคข้าวแบบใหม่นี้ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อข้าวเปลือกมาเก็บไว้ที่บ้าน และนำมาสีเป็นข้าวสารในปริมาณที่ต้องการบริโภคในแต่ละครั้ง การสีข้าว ทานเองในครัวเรือนจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวที่มีสีสดใหม่ มีความหอม สะอาด และปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยให้เกษตรกรสามารถขายข้าวเปลือกให้กับผู้บริโภคได้โดยตรง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้และช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการสีข้าวอีกด้วย

dsc_7572-copy            โครงการนี้ได้มีการจัดหาเครื่องสีข้าวในครัวเรือนจำนวน 10 เครื่อง เพื่อส่งไปให้กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 70 ครัวเรือนได้ทดลองใช้เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก และได้มีการจัดส่งข้าวเปลือก 2 สายพันธุ์ คือ ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมนิล จากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งมีข้าวเปลือกที่ใช้ในโครงการจำนวนทั้งสิ้น 1,200 กิโลกรัม (คิดเป็นปริมาณข้าวสาร 720 กิโลกรัม) จากนั้น จึงได้เก็บข้อมูลด้านพฤติกรรมและแนวโน้มของผู้บริโภคในการสีข้าวทานเอง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของเครื่องสีข้าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อเสนอแนะในการออกแบบเครื่องสีข้าวขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งปัจจุบัน สามารถเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างได้แล้ว 60 ครัวเรือน และอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง 10 ครัวเรือนสุดท้าย

  • โครงการข้าวเลือกได้ เป็นโครงการที่สนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมใหม่ ๆ ในการบริโภคข้าว ที่ผู้บริโภคจะเลือกสายพันธุ์ข้าวจากคุณประโยชน์ที่โดดเด่นของสายพันธุ์ โดยการนำข้าวสายพันธุ์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อคำนวณและหาค่าดัชนีคุณค่าทางอาหารของข้าวแต่ละชนิด ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะถูกนำเสนอให้แก่ผู้บริโภคผ่านตัวผลิตภัณฑ์และการสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับประทานข้าวที่มีคุณประโยชน์ต่างๆ ได้ตามความต้องการของร่างกาย

ทีมทำงานได้คัดเลือกข้าวมา 5 สายพันธุ์ ได้แก่

  • ข้าวหอมมะลิ 105 (Jasmine Rice) ให้ความสำคัญที่ความอร่อย เมล็ดเรียวยาว เต็มเมล็ด หอม อ่อนนุ่มเป็นพิเศษ
  • ข้าวสังข์หยด (Sangyod brown Rice) มีวิตามินอีสูงกว่าข้าวขาวทั่วไปเกือบ 10 เท่า ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส
  • ข้าวหอมนิล (Black Jasmine Rice) ใยอาหารสูงกว่า ข้าวขาวทั่วไป เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และยังช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
  • ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry) ข้าวต้านอนุมูลอิสระ มี Anthocyanin สูงกว่าข้าวสีทั่วไป และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) สูงกว่าข้าวสีทั่วไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง และชะลอความแก่
  • ข้าวกล้องหอมมะลิแดง (Red Brown Jasmine Rice) ดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาวทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด อาทิ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

 

ข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์นี้มาจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการข้าวเลือกได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  • เกษตรกรที่จำหน่ายข้าวภายใต้แบรนด์ “ข้าวเสริมคุณ” ผู้บริโภคสามารถทราบถึงคุณค่าทางโภชนาการ คุณประโยชน์ และทราบถึงปริมาณดัชนีคุณค่าทางอาหารของข้าวสายพันธุ์นั้น ๆ รวมถึงข้อมูลของแหล่งผลิต (เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) มาตรฐานที่ได้รับการรับรอง และข้อมูลสำหรับติดต่อเกษตรกรได้โดยตรง ผ่านทาง QR Code ที่ติดอยู่กับบรรจุภัณฑ์ โดยผู้บริโภคสามารถซื้อข้าวในโครงการฯ ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ สั่งซื้อออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊คข้าวเสริมคุณ (facebook/sermkhunrice) สั่งซื้อผ่านไลน์แอพพลิเคชั่น (Line ID: sermkhunrice) และมีวางจำหน่ายที่ ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่
  • เกษตรกรที่จำหน่ายข้าวภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยส่งข้าวไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการ และแสดงข้อมูลปริมาณดัชนีคุณค่าทางอาหารของข้าวบนบรรจุภัณฑ์ของตน และจัดจำหน่ายผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายเวปไซต์หลักของโครงการ (http://www.mostdirectrice.com) และ มีวางจำหน่ายที่ ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ จังหวัดเชียงใหม่

 

dsc_7565-copyกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการข้าวเลือกได้ มีจำนวน 9 ราย ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ 8 ราย (สหกรณ์นิคมพร้าว จำกัด/ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์บ้านสมานมิตร/ วิสาหกิจชุมชนม่อนดอยฟาร์ม/ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวกล้องงอกบ้านคนเมือง/ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติดอกคำ/ สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่/ เรนโบว์ฟาร์ม/ บ้านจำปาลาว/ ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา) และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย 1 ราย  (วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์บ้านสมานมิตร) รวมทั้งสิ้น 15  ผลิตภัณฑ์ โดยมีเจตจำนงในการนำข้าวสารเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 16.05 ตัน

 

dsc_7567-copyทั้งนี้ จากการดำเนินงานกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา คาดว่า จะมีข้าวสารหมุนเวียนในโครงการนำร่องข้าวส่งตรง ข้าวโฮมเมด และข้าวเลือกได้ ประมาณ 35.27 ตัน จากความร่วมมือของกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย รวมทั้งสิ้น 10 กลุ่ม ได้แก่ 1) สหกรณ์นิคมพร้าว จำกัด 2) วิสาหกิจชุมชนม่อนดอยฟาร์ม 3) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวกล้องงอกบ้านคนเมือง 4) Siam Prana 5) วิสาหกิจชุมชนเกษตรธรรมชาติดอกคำ 6) สหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ 7) เรนโบว์ฟาร์ม 8) ศูนย์วิจัยข้าวล้านนา 9) บ้านจำปาลาว และ 10) วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์บ้านสมานมิตร โดยมีข้าวที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 10 สายพันธุ์ ได้แก่ 1) ข้าวหอมมะลิ 105 2) ข้าวสังข์หยด 3) ข้าวหอมมะลิแดง 4) ข้าวหอมนิล 5) ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 6) ข้าวเหนียวก่ำผสมกล้องเหนียว 7) ข้าวบือซากอ 8) ข้าวบือกีผสมบือซากอ 9) ข้าวกล้องหอม 4 สายพันธุ์ และ 10) ข้าวดอย รวมถึง ทางโครงการได้จัดทำเว็บไซต์สำหรับโครงการเพื่อเป็นการให้ข้อมูลและเชื่อมต่อไปยังกลุ่มเกษตรกรได้โดยตรง ผ่าน http://www.mostdirectrice.com อีกทั้ง ยังทำการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ การออกบูธประชาสัมพันธ์ และประชาสัมพันธ์ ผ่านนิตยสารท้องถิ่น จำนวน 3 เล่ม ได้แก่ Hip Magazine, Citylife และ Spoon and Fork อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากริมปิงซุปเปอร์  มาร์เก็ต (เชียงใหม่) ในการผลักดันผลิตภัณฑ์ข้าวของโครงการเข้าสู่ตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่ง

dsc_7560-copy

dsc_7564-copy

dsc_7612-copy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *