เริ่มแล้ว การประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 กว่า 45 ประเทศร่วมรำลึกถึงอัจฉริยภาพด้านบริหารน้ำ ชลประทานโลกน้อมเกล้าฯ จัดแสดง 13 เรื่องราว 6 ศูนย์ฯพระราชดำริ 6 – 12 พย.นี้

ผู้เข้าร่วมประชุมฯ 1,200 คน จากกว่า 45 ประเทศทั่วโลกร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในงานประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 พร้อมจัดนิทรรศการแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ 13 เรื่องราว เปิดศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากการพระราชดำริ แสดง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต”  ให้รัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมได้เข้าชม

 

dsc_2299-copyเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10.30 น.  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 (The 2nd World Irrigation Forum : WIF2) และการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศ ครั้งที่ 67 (The 67th  International Executive Council Meeting : 67th  IEC Meeting) ณ  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา  จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2559

 

 

dsc_7173-copyพล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า การจัดการประชุมชลประทานโลก และการประชุมมนตรีฝ่ายบริหารระหว่างประเทศในครั้งนี้ นอกจากจะดำเนินงานตามหัวข้อการประชุมที่กำหนดไว้ คือ  “การบริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก : บทบาทการชลประทานต่อความยั่งยืนด้านอาหาร” (Water Management in a Changing World : Role of Irrigation for Sustainable Food Production)  แล้ว กระทรวงเกษตรฯยังจัดให้การประชุมในครั้งนี้ เป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  พร้อมทั้งจัดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมและประชาชน ได้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามเพื่อแสดงความอาลัย

 

dsc_2229-copyสำหรับการจัดนิทรรศการจะจัดไว้ในบริเวณ Zone 1  ซึ่งเป็นโซนเฉลิมพระเกียรติ  โดยจะนำเสนอผลงานด้านบริหารจัดการน้ำ ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณ  พร้อมทั้งนำพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องน้ำที่มีความตอนหนึ่งว่า เรื่องน้ำนี้ก็เป็นปัจจัยหลักของมวลมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์เท่านั้น แม้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งสัตว์ ทั้งพืชก็ต้องมีน้ำ ถ้าไม่มีก็อยู่ไม่ได้ เพราะว่าน้ำเป็นสื่อหรือเป็นปัจจัยสำคัญของการเป็นสิ่งมีชีวิตที่กล่าวถึงข้อนี้ก็จะได้ให้ทราบว่าทำไมการพัฒนาขั้นแรกหรือสิ่งแรกที่นึกถึงก็คือทำโครงการชลประทานแล้วก็โครงการสิ่งแวดล้อมทำให้น้ำดี สองอย่างนี้ อื่น ๆ ก็จะไปได้…” มาจัดแสดงไว้ร่วมกับนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะมีคำบรรยายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวม  13 เรื่องด้วยกันคือ

 

1.นิทรรศการฝนหลวงแก้ปัญหาแล้ง เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพที่สามารถกำหนดบังคับฝนให้ตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายได้สำเร็จส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยกว่า 173 ล้านไร่ ได้มีน้ำใช้ในการเพาะปลูกมาเป็นเวลากว่า 30 ปี

 

2.นิทรรศการป่าต้นน้ำ/ระบบป่าเปียก เป็นการแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการพัฒนาป่าไม้โดยใช้การชลประทานเข้ามาช่วยในการสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้ เพื่อเป็นแนวป้องกันไฟไหม้ป่าในระยะยาว  โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เป็นป่าธรรมชาติ

 

3.นิทรรศการฝายต้นน้ำลำธาร หรือ Check dam คือ สิ่งก่อสร้างขวาง หรือกั้นทางเดินของน้ำ ซึ่งปกติมักจะกั้นลำห้วย ลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากช่วงที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่าง  ซึ่งเป็นพระอัจฉริยภาพในการอนุรักษ์ดินและน้ำของพระบาทสมเด็จ     พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

4.นิทรรศการหญ้าแฝก  เป็นการแสดงพระอัจฉริยภาพในการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของดิน ทำให้แหล่งน้ำไม่ตื้นเขิน จะช่วยรักษาหน้าดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นอันจะเป็นการช่วยให้ป่าไม้ในบริเวณพื้นที่รับน้ำสมบูรณ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

dsc_2234-copy            5.อ่างเก็บน้ำ/เขื่อน  เป็นนิทรรศการที่แสดงให้เห็นว่า  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเขื่อนดังพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จเปิดเขื่อนภูมิพลเมื่อปี 2504 ความตอนหนึ่งว่า เขื่อนนี้จะมีความสำคัญในการเสริมสร้างความเจริญของประเทศและความผาสุกสมบูรณ์ของประชาชน เพราะเมื่อก่อสร้างเขื่อนนี้เสร็จแล้ว ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก ช่วยให้ประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้มากขึ้น เขื่อนยังอำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทาน การคมนาคม และการบรรเทาอุทกภัย…” นอกจากนี้พระองค์ยังใช้อ่างเก็บน้ำสร้างปิดกั้นระหว่างหุบเขาหรือเนินสูง เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ  จะเห็นได้จากโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย

 

6.นิทรรศการฝายทดน้ำ/อาคารบังคับน้ำ/ประตูระบายน้ำ  เป็นการจัดแสดงพระอัจฉริยภาพในการใช้อาคารชลประทานบริหารจัดการน้ำ  โดยในพื้นที่ทำกินที่อยู่ระดับสูงกว่าลำห้วย ทรงเลือกใช้วิธีการก่อสร้างฝายหรือเขื่อนทดน้ำปิดขวางทางน้ำไหล เพื่อทดน้ำที่ไหลมาให้มีระดับสูงขึ้นจนสามารถผันเข้าไปตามคลอง หรือคูส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูก ส่วนน้ำที่เหลือจะไหลข้ามสันฝายไปเอง

 

7.นิทรรศการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) เป็นรูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้อ่างเก็บน้ำหลายอ่างเชื่อมเข้าหากัน โดยนำน้ำส่วนเกินจากอ่างหนึ่ง ผันไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ

 

dsc_2179-copy            8.นิทรรศการทฤษฎีใหม่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการทำการเกษตรที่ยั่งยืนตามพระราชดำรัส “ทฤษฎีใหม่   คือ การดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม โดยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดิน มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายและมีอาหารไว้บริโภคตลอดปี

 

9.นิทรรศการแก้มลิง  เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำโดยใช้แก้มลิง ในการชะลอน้ำหรือพื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วม และชะลออัตราการไหลของน้ำผิวดินที่เกิดจากการไหลที่เพิ่มขึ้น โดยการใช้พื้นที่ระบายน้ำก่อนปล่อยให้ไหลลงสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ ซึ่งจะนำตัวอย่างแก้มลิงที่ดำเนินการประสบสำเร็จมาแล้วจัดนิทรรศการ เช่น แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย    จ.สมุทรสาคร  แก้มลิงหนองใหญ่ จ.ชุมพร แก้มลิงหนองสมอใส  เป็นต้น

 

10.นิทรรศการระบบระบายน้ำ   เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ด้วยการการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือขุดคลองลัด เชื่อมต่อกับแม่น้ำที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยมีหลักการอยู่ว่า จะผันน้ำในส่วนที่ไหลล้นตลิ่งออกไปจากลำน้ำโดยตรง ปล่อยน้ำส่วนใหญ่ที่มีระดับไม่ล้นตลิ่งให้ไหลอยู่ลำน้ำเดิมตามปกติ  เช่น การดำเนินโครงการคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น

 

11.นิทรรศการระบบป้องกันน้ำเค็ม  เป็นนิทรรศการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการพัฒนา  แหล่งน้ำ  เพื่อการป้องกันน้ำเค็ม  โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม ทำให้สามารถใช้น้ำจืดบริเวณด้านเหนือประตูระบายน้ำทำการเกษตรได้ เช่น การดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำ  ปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น

 

12.นิทรรศการเครื่องกลเติมอากาศ  เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ  โดยเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซึ่งมีใบพัดเคลื่อนน้ำและซองรับน้ำไปสาดกระจายเป็นฝอยเพื่อให้สัมผัสกับอากาศได้อย่างทั่วถึงเป็นผลให้ออกซิเจนในอากาศสามารถละลายเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว และในช่วงที่น้ำเสียถูกยกขึ้นมากระจายสัมผัสกับอากาศตกลงไปยังผิวน้ำ จะทำให้เกิดฟองอากาศจมตามลงไป ก่อให้เกิดการถ่ายเทออกซิเจนอีกส่วนหนึ่ง    ซึ่งกังหันน้ำชัยพัฒนาแบบนี้จะใช้ประโยชน์ได้ทั้งการเติมอากาศ การกวนแบบผสมผสานและการทำให้เกิดการไหลตามทิศทางที่กำหนด

 

13.นิทรรศการการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีทางธรรมชาติ เป็นนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย ขยะ ของพระองค์ท่านโดยใช้วิธีธรรมชาติ  ซึ่งได้ดำเนินการที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  เป็นเทคโนโลยีที่เรียบง่ายมี 4 ระบบคือ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย  ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม  และระบบแปลงพืชป่าชายเลน

 

dsc_2164-copy            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯยังได้จัดทำแบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ทั้ง 6 ศูนย์ คือ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จ.เพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี มาแสดงในบริเวณโซนที่ 1 อีกด้วย

 

สำหรับโซนที่ 1 ที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติดังกล่าว จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งถือเป็นโซนที่มีความหมายและความสำคัญของคนไทย เพราะได้รวบรวมนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญๆ ถึง 13 เรื่องราว และแบบจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ทั้ง 6 ศูนย์มาจัดแสดงไว้ในพื้นที่เดียวกัน

 

dsc_2302-copy            นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานยังจะใช้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่   เป็นสถานที่ต้อนรับและดูงานของผู้เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีและผู้ที่สนใจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พลิกผืนดินที่แห้งแล้งกว่า 8,500 ไร่ ให้เป็นผืนดินที่อุดมบูรณ์ จนกลายเป็นศูนย์การศึกษาที่สมบูรณ์แบบ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ แล้วนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผล ทั้งการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ การพัฒนาแหล่งน้ำ  ตลอดจนการส่งเสริมการประกอบอาชีพต่างๆ ไม่ว่า การเกษตร  การประมง  ปศุสัตว์ รวมทั้งด้านการเกษตรอุตสาหกรรมอีกด้วย ดังมีพระราชดำริว่า ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” หรืออีกนัยหนึ่งเป็น “สรุปผลของการพัฒนา” ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้

 

dsc_2294-copy            “การประชุมชลประทานโลกในครั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรในระดับรากหญ้า โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบชลประทาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรของต่างประเทศ ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยได้คัดเลือก Smart Farmer หรือ เกษตรกรปราดเปรื่อง จำนวน 8 คน เข้าร่วมประชุมและร่วมพบปะหารือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ กับ Smart Farmers จาก 5 ประเทศ ได้แก่  ซูดาน อินเดีย อิหร่าน อิรัก และเกาหลีใต้  รวม 16 คน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาต่อยอดความรู้ ความสามารถ ความเข้มแข็ง ทักษะ ประสบการณ์ใหม่ๆ และเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ของเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรในอนาคตอย่างมั่นคง ยั่งยืน เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของโลกตามนโยบายของรัฐบาล” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

dsc_2309-copy

dsc_2277-copy

dsc_2266-copy

dsc_2263-copy

dsc_2259-copy

dsc_2255-copy

dsc_2254-copy

dsc_2247-copy

dsc_2246-copy

dsc_2238-copy

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *