ธปท.ภาคเหนือ แจงเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ปี 2559

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน ไตรมาส 3 ปี 2559 โดยส่วนใหญ่นั้นยังคงชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน 

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงิน ไตรมาส 3 ปี 2559 ต่อสื่อมวลขนว่า เศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือในไตรมาสที่ 3 ปี 2559 มีการชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน โดยภาพรวมอุปสงค์ยังอ่อนแอส่วนสำคัญมาจากการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัว การบริโภคภาคเอกชนชะลอลง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนขยายตัวได้ดีชดเชยด้านอุปสงค์ได้บางส่วน ในด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นลดลง การส่งออกหดตัว มากขึ้นทั้งในส่วนของการส่งออกที่ไม่ใช่ชายแดนและชายแดน ส่วนภาคการท่องเที่ยวอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ด้านการผลิต ภาคเกษตร ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว มีส่วนให้รายได้เกษตรปรับดีขึ้นบ้าง แต่ยังมีความเสี่ยงที่ราคา พืชผลเกษตรสำคัญมีแนวโน้มลดลง
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือโดยทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสด อัตราการว่างงานแม้อยู่ในระดับต่ า แต่จ านวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน มีทิศทางเพิ่มขึ้น ด้านเงินให้สินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ชะลอลง รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือมีดังนี้ การลงทุนภาคเอกชน ลดลงร้อยละ 4.7 ส่วนสำคัญมาจากภาวะซบเซาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มเป็นการลงทุนในธุรกิจโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ

ด้านการลงทุนในภาคการผลิต ยังไม่ฟื้นตัว จากภาวะซบเซาของเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ในหมวดชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์สอดคล้องกับเครื่องชี้การลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาล โดยเฉพาะการก่อสร้าง โรงงาน อาคารพาณิชย์และอาคารชุด ยอดขายวัสดุก่อสร้าง ปริมาณจดทะเบียนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และยอดการ นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.2 โดยปัจจัยชั่วคราวจากยอดขายในหมวดยานยนต์ ที่เพิ่มขึ้นค่อย ๆ หมดไป รวมถึงการใช้จ่ายหมวดสินค้าในชีวิตประจำวันยังหดตัวกระจายทั้งภาคเหนือบนและเหนือตอนล่าง ส่วนการใช้จ่ายหมวดน้ ามันเชื้อเพลิงลดลง โดยส่วนหนึ่งจากผลด้านราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการใช้จ่ายลงทุนภาครัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8

14936886_1131539250233449_2101745850_n

กระจายตัวดีทั้ง ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง จากการเร่งเบิกจ่ายช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ทั้งโครงการก่อสร้างและ ซ่อมแซมถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท การพัฒนาแหล่งน้ าและระบบชลประทานของกรม ชลประทาน รวมถึงการก่อสร้างอาคารสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาลให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา

รายได้เกษตรกร หดตัวน้อยลงเป็นร้อยละ 6.7 ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร หดตัวเหลือร้อยละ 7.3 ผลผลิต พืชสำคัญเพิ่มขึ้นจากการเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวทั้งข้าวนาปี หอมแดง และสับปะรด รวมถึงผลผลิตปศุสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้น ทั้งสุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ตามความต้องการบริโภคภายในประเทศและส่งออก ขณะที่ผลผลิตที่ลดลง ได้แก่ ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มันส าปะหลัง และล าไย ทั้งนี้ ผลจากน้ าท่วมช่วงเดือนกันยายนในภาคเหนือตอนล่าง ต่อผลผลิตพืชหลัก เช่น ข้าว ยังอยู่จำกัดบางพื้นที่เท่านั้น ด้านราคาสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 โดยเฉพาะราคา ข้าวและล าไย ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังลดลง เนื่องจากมีการนำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพด มาใช้ทดแทนในการผลิตอาหารสัตว์มากขึ้น และราคาปศุสัตว์ลดลงจากราคาไก่เนื้อเป็นส าคัญ เนื่องจากมีผลผลิต – 2 – มากกว่าความต้องการของตลาด ทั้งนี้ จากแนวโน้มผลผลิตพืชหลักมีมากขึ้น อาจส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรทั่วไปอาจมี แนวโน้มลดลงในระยะข้างหน้า ผลผลิตอุตสาหกรรม ลดลงร้อยละ 17.1 ส่วนสำคัญมาจากการผลิตส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแผงวงจรรวมและตัวเก็บประจุไฟฟ้า รวมถึงการผลิตกลุ่มส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สิ่งทอ เซรามิก อัญมณี และเครื่องประดับ ตามการชะลอตัวของคำสั่งซื้อในตลาดโลก อย่างไรก็ดี พบว่าโรงงานบางรายที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน การผลิตยานยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีการลงทุนในเครื่องจักรเพื่อปรับสายการผลิตให้สอดคล้องกับอุปสงค์ของ ตลาดมากขึ้น

ทางด้านการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปกลับมาขยายตัวในกลุ่มการแปรรูปผักผลไม้ และการสีข้าว ตามวัตถุดิบ การเกษตรมากขึ้นในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว มูลค่าการส่งออก หดตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 ทั้งจากมูลค่าการส่งออกสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปจีน ฮ่องกงและสิงคโปร์ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวและภาวะการแข่งขันสูง และมูลค่าการส่งออกไปยังชายแดน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและปศุสัตว์ไป สปป. ลาว และจีนตอนใต้หดตัวต่อเนื่อง จากการเข้มงวดมาตรฐาน การน าเข้าสินค้าในกลุ่มประเทศดังกล่าว อย่างไรก็ดี มีเพียงการส่งออกไปสหภาพเมียนมาในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคยังขยายตัวดีช่วยพยุงให้ภาพรวมการส่งออกไม่ลดลงมากนัก ด้านมูลค่าการนำเข้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.6 จากการนำเข้ากระแสไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เป็นสำคัญ ขณะที่การน าเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง เพื่อผลิตสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกยังหดตัว
อย่างไรก็ดีภาคการท่องเที่ยว ขยายตัวได้ดีกว่าคาด แม้อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว สะท้อนจากแนวโน้ม ของเครื่องชี้ที่สำคัญ ๆ ได้แก่ จำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานภาคเหนือ จำนวนเที่ยวบินตรงและนักท่องเที่ยว ต่างชาติผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานเชียงใหม่ อัตราเข้าพักของโรงแรม และปริมาณการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทโรงแรมและภัตตาคาร ทั้งนี้ องค์ประกอบสำคัญมาจากทั้งนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าร่วม ประชุมสัมมนาและท่องเที่ยวในจังหวัดสำคัญในช่วงวันหยุดยาว และนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งกลุ่มที่เดินทางอิสระและ เดินทางเป็นกลุ่มมีมากกว่าคาดไว้ เสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ โดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปรับขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
โดยราคาอาหารสดประเภทไข่ไก่ ผัก และผลไม้สดเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศหดตัวในอัตราน้อยลง ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ด้านอัตราการว่างงาน แม้ทรงตัวในระดับต่ำที่ร้อยละ 1.0 แต่จำนวนผู้ขอรับ ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานมีทิศทางเพิ่มขึ้น ภาคการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2559 สาขาธนาคารพาณิชย์มียอดคงค้างเงินให้สินเชื่อ 581,824 ล้านบาท ชะลอลงเหลือร้อยละ 1.2
ส่วนสำคัญมาจากการหดตัวในสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนส่ง และธุรกิจการเงิน อย่างไรก็ดี สินเชื่อธุรกิจโรงแรมและด้านสุขภาพขยายตัวดี สอดคล้องกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่สินเชื่อภาคการก่อสร้าง ค้าปลีกค้าส่ง อุตสาหกรรมการผลิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังขยายตัวได้แม้ในอัตราไม่สูงนัก ด้านเงินฝากมียอดคงค้าง 628,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงร้อยละ 3.9 ส่วนหนึ่งจากการถอนเงินฝากของ ส่วนราชการและเงินฝากที่ครบกำหนด ทั้งนี้ สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากสูงขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 92.6

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *