ท่องเที่ยวและกีฬาเชียงใหม่ ชวนเที่ยวเชื่อมโยงเพื่อนบ้านในโครงการ “ท่องดินแดน 3 ด่าน เมืองผ่านสู่เมียนมาร์”

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน AEC กิ่วผาวอก-อำเภอเชียงดาว หลักแต่ง-อำเภอเวียงแหง และสันต้นดู่-อำเภอแม่อาย ตามโครงการ “ท่องดินแดน 3 ด่าน เมืองผ่านสู่เมียนมาร์” สนองนโยบายรัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค และเตรียมความพร้อมในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

DSC_7737 copyกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ๆ และส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงอีกช่องทางหนึ่ง อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวในแนวชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังมีความแปลกใหม่ และพร้อมที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัส โดยมีพิธีเปิดและกล่าวต้อนรับคณะผู้ร่วมเดินทาง ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 โดยมีนายมนตรี ปิยากูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

 

 

DSC_7877 copyสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่คณะได้เดินทางไปเยี่ยมชมได้แก่ ช่องทางบ้านหลักแต่ง ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีความพร้อมด้านการคมนาคม การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงบ้านหลักแต่งระยะทางประมาณ 156 กิโลเมตร มีเส้นทางผ่านภูเขาแต่ไม่สูงชันมากนัก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร และหากมีการพัฒนาเส้นทางตามสายน้ำแม่แตง ซึ่งเป็นที่ราบและเป็นเส้นทางเดินทัพสมัยโบราณ จะมีระยะทางจากเชียงใหม่ประมาณ 126 กิโลเมตรเท่านั้น และสามารถเชื่อมไปยังเมืองหลวง “เนปิดอว์” ของประเทศเมียนมาร์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดดังกล่าวเพียง 200 กิโลเมตร

 

ในอดีตนั้น การค้าขายระหว่างไทยและเมียนมาร์ตรงบริเวณจุดผ่อนปรนหลักแต่งเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวพม่า มาจำหน่ายสินค้าราคาถูก โดยมีการเปิดด่านเฉพาะวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.00 –  18.00 น. สามารถผ่านแดนได้ง่าย เพราะไม่ต้องทำเอกสารหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพียงแค่วางบัตรประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้แก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ประจำอยู่เท่านั้น สินค้าส่งออกที่สำคัญในอดีตได้แก่ สินค้าอุปโภค/บริโภค เช่น ข้าวสาร ยางรถยนต์ จักรยานสองล้อ รองเท้า ผ้าพับ เครื่องนุ่งห่ม ของใช้เบ็ดเตล็ด น้ำมันเชื้อเพลง ยารักษาโรค อาหารสำเร็จรูป น้ำมันพืช และสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าเกษตรและปศุสัตว์ เช่น กระเทียม โค กระบือ และสินค้าอื่นๆ เช่น พลอย

 

ปัจจุบันจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง ยังคงมีร่องรอยการค้าในอดีตอย่างชัดเจน มีความพร้อมทางด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เส้นทางการคมนาคมฝั่งประเทศไทยมีความสะดวก และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระยะทางจากจุดผ่อนปรนหลักแต่งถึงเมืองตองยี ประเทศเมียนมาร์ ประมาณ 386 กิโลเมตร

 

DSC_7884 copyนอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเวียงแหงที่น่าสนใจ คือ วัดฟ้าเวียงอินทร์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านหลักแต่ง ใกล้กับจุดผ่อนปรนหลักแต่ง สร้างโดยนายพลโปโมเฮง ผู้ก่อตั้งสภาปฏิวัติชาติไต มีลักษณะเด่นคือ เป็นวัดที่อาณาบริเวณอยู่คาบเกี่ยว 2 ประเทศ โดยพระอุโบสถอยู่ฝั่งพม่า ส่วนองค์พระเจดีย์อยู่ฝั่งไทย ตั้งอยู่บนเนินสูง ฐานเจดีย์เป็น 12 เหลี่ยม แต่เดิมขุนส่าได้ปกครองในบริเวณนี้ จากนั้นเมื่อขุนส่าได้มอบตัวกับรัฐบาลพม่า วัดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน และได้ชื่อว่าเป็น “วัดสองแผ่นดิน” ในปัจจุบัน

 

 

 

DSC_7926 copyพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง นายพลกอนเจิง ชนะศึก ผู้นำชาวไทใหญ่ โดยเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2469 ที่จังหวัดตองยี ประเทศพม่า เป็นผู้นำกองกำลังสหปฏิวัติฉาน (SURA) ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องเอกภาพด้วยการเจรจาร่วมมือกับกองกำลัง SUA ของขุนส่า เจ้ากอนเจิง ถือเป็นผู้นำไทใหญ่ที่ต่อสู้กู้ชาติจากการรุกรานของทหารพม่าอย่างมีอุดมการณ์และกล้าหาญ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทใหญ่ จนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็ง ณ หอปฏิบัติธรรมส่วนตัวบนวัดฟ้าเวียงอินทร์ รวมอายุได้ 65 ปี

 

 

 

DSC_7927 copyวัดพระเจ้าแสนไห หรือ พระบรมธาตุแสนไห ตั้งอยู่ที่บ้านมหาธาตุ ตำบลแสนไห อำเภอเวียงแหง เป็นศิลปะแบบไทใหญ่ มีฐานแปดเหลี่ยม สร้างตามลหักทักษาโดยเอาศูนย์กลางเจดีย์เป็นพระเกตุเมือง รอบเจดีย์ทั้ง 8 ทิศมีพระพุทธรูปประดิษฐานตามทิศของทักษา นอกจากนี้ พระบรมธาตุแสนไห ยังมีพระธาตุบริเวณที่สร้างขึ้นภายหลักอีก 10 องค์ในเขตอำเภอเวียงแหง

 

 

 

 

 

DSC_7936 copyวัดพระธาตุเวียงแหง ตั้งอยู่หมู่ 4 บ้านเวียงแหง เป็นที่ตั้งศาลาประดิษฐาน พระมาลา ที่ชาวเวียงแหงเชื่อกันว่า เป็นขององค์สมเด็จพระนเรศวร ที่ตกค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อครั้งพระองค์ทรงนำกองทัพมาพักไว้ที่เมืองแหง ก่อนข้ามช่องเขาหลักแต่งไปตีกรุงอังวะ หมายเผด็จศึกกับพม่าให้ได้โดยเด็ดขาด เมื่อกว่า 400 ปีก่อน พระมาลามีอักษรลานนาโบราณจารึกไว้สลับกับยันต์เต็มทั้งใบ แปลความได้ว่า เป็นคาถาหัวใจพระพุทธเจ้า ปัจจุบันพระมาลายังถูกเก็บรักษาไว้ที่วัดพระธาตุเวียงแหง

 

 

 

 

 

 

 

DSC_7955 copyก่อนจากอำเภอเวียงแหง แวะสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พลับพลา 400 ปี ตั้งอยู่ที่บ้านปางควาย หมู่ 9 ตำบลเมืองแหง มีลักษณะเป็นสถูปพระเจดีย์ ฐาน 8 เหลี่ยม กว้าง 10.30 เมตร สูง 25.12 เมตร ฐานด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ละด้านของฐานมีแผ่นศิลาสลักลวดลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ สลับกับแผ่นหินอ่อนที่เล่าพระราชประวัติของพระองค์

 

 

 

 

DSC_8014 copyจากนั้น วันที่ 17 มิถุนายน 2559 คณะเดินทางเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเชียงดาว โดยเริ่มจากพระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ตำบลเมืองงาย เป็นเจดีย์ฐาน 8 เหลี่ยม มีซุ้มทางเข้าทั้งหมด 4 ซุ้ม ด้านหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืน ทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทกลงบนพื้นดิน และแต่ละด้านของฐานมีแผ่นศิลาสลักลวดลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ สลับกับแผ่นหินอ่อนที่เล่าพระราชประวัติของพระองค์ และประวัติการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์ ในบริเวณเดียวกันนั้นยังมีการจำลองการตั้งค่ายของทัพสมเด็จพระนเรศวรเมื่อครั้งยกทัพผ่านมายังล้านนาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย

 

DSC_8034 copyบ้านอรุโณทัย เดิมชื่อบ้านหนองอุก ประชากรที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวทหารจีนคณะชาติทัพ 3 ของนายพลหลี่เหวินห้วน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2513 เห็นควรให้ทหารจีนคณะชาติและครอบครัวอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ในฐานะผู้อพยพ  จากนั้น เมื่อ พ.ศ. 2513 – 2525 กองกำลังทหารจีนคณะชาติ (ทจช.) ได้ส่งกำลังทหารไปช่วยเหลือราชการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) จนพ่ายแพ้ในที่สุด คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติพิเศษให้สัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษ

 

 

 

 

DSC_8078 copyช่องทางด่านกิ่วผาวอก (จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก) อำเภอเชียงดาว ตั้งอยู่บริเวณเขตป่าสงวน บ้านอรุโณทัย หมู่ที่ 10 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 120 กิโลเมตร ลักษณะทางกายภาพ บริเวณจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกเป็นช่องเขากว้างประมาณ 200 เมตร ไม่มีพรมแดนแน่ชัด และพื้นที่เป็นป่าไม้ มีอาณาเขตติดต่อกับบ้านป่าแขม เมืองหาง และเมืองตวน สหภาพเมียนมา

 

ในอนาคต มีโครงการเปิดตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน ด่านการค้าชายแดน จุดผ่อนปรนถาวรกิ่วผาวอก ชายแดนไทย – เมียนมาร์ ซึ่งมีเขตติดต่อกับรัฐฉาน ประเทศพม่า หรือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอำเภอเชียงดาวอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวผาแดง ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลเมืองนะ เป็นจุดชมวิวหน้าผาขนาดใหญ่เรียงรายและมีลักษณะเป็นดินสีแดง เมื่อมองลงมาจะเห็นตัวหมู่บ้านใหม่ไทยถาวร และระหว่างเส้นทางก็ยังมี “โรงเตี๊ยมถ้ำง็อบ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเดิมเป็นที่ตั้งค่ายทหารกองทัพกู้ชาติจีนคณะชาติ หรือ ก๊กมินตั๋ง จากมณฑลยูนนาน กองทัพที่ 3 ของนายพลลีเหวินฮ้วน ซึ่งหลังจากการสู้รบในประเทศจีนจบลง กองทัพที่ 3 ได้ตกค้างอยู่ในแผ่นดินไทย และตั้งถิ่นฐานอยู่จนถึงปัจจุบัน

 

DSC_8177 copyและวันสุดท้ายของการเดินทางวันที่ 18 มิถุนายน 2559 คณะได้เดินทางไปยังอำเภอแม่อาย เพื่อเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเริ่มจากการสักการะ ศาลเจ้าแม่มะลิกา สำหรับเจ้าแม่มะลิกาเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าฝาง และพระนางสามผิว เจ้าเมืองฝาง ได้อพยพผู้คนจำนวนหนึ่งมาสร้างเวียงมะลิกา หรือเมืองแม่อายในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ และวีรกรรมของพระนางได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2172 ทัพพม่ายกเข้าตีเมืองฝาง พระนางมะลิกาได้ยกไพร่พลสตรีผู้เก่งกล้าเข้าต่อสู้กับทัพพม่า ช่วยพระราชบิดา ต้านทานได้นานถึง 3 ปี จนในที่สุดก็ต้านไม่ไหวเพราะมีกำลังพลที่น้อยกว่า พระเจ้าฝางและพระชายาสิ้นพระชนม์ ส่วนพระนางมะลิกาได้พาไพร่พลที่เหลือกลับไปที่เวียงมะลิกา ครองเวียงอยู่ได้ 40 ปี ทรงสวรรคตในปี พ.ศ.2190 รวมพระชนมายุได้ 58 ปี ต่อมาได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์พระนางมะลิกาขึ้นบริเวณที่ตั้งของศาลหลักเมืองแม่อาย เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของพระนาง ให้เป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอแม่อายและบุคคลทั่วไป

 

 

 

 

 

DSC_8244 copyวัดท่าตอนพระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ได้รับการยกฐานะจากวัดราษฎร์มาเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2534 ตั้งอยู่บนยอดเขาต่อเนื่องหลายลูก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชัน มีที่ราบริมแม่น้ำกก ในศาลาการเปรียญของวัดมีพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน และศิลปะสมัยพ่อขุนเม็งราย เป็นศิลปะเฉพาะไม่มีที่อื่น อัญเชิญมาจากวัดพระธาตุสบฝาง นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์แก้ว ที่บริเวณชั้น 8 ของวัด เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป และมีการประดับลวดลายอย่างสวยงามวิจิตรตระการตา รอให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมและสักการะ นอกจากนี้ ยังมีจุดชมทัศนีย์ภาพของแม่น้ำกก และตัวเมืองท่าตอน แบบ 360 องศาอีกด้วย

 

DSC_8262 copyจากนั้นคณะได้ล่องเรือชมความงามของแม่น้ำกกที่ไหลผ่านบริเวณบ้านท่าตอน จนสุดชายแดนไทยพม่า และเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *