ชาวไร่ยาสูบ 18 จังหวัดร้องรัฐ ขอความชัดเจนเงินชดเชย ลั่นหนุนนโยบายเลื่อนภาษีบุหรี่ 40% เล็งวัดใจการเมืองก่อนเลือกตั้ง

ที่ประชุมอุตสาหกรรมยาสูบแห่งประเทศไทยครั้งที่ 2 ถกผลกระทบการขึ้นภาษีบุหรี่ หวั่นหากขึ้นอีกรอบเป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้จริง จะซ้ำเติมปากท้องชาวไร่ยาสูบกว่า 50,000 ครัวเรือน ใน 18 จังหวัด ทำเศรษฐกิจรากหญ้าทรุดหนัก ชี้จ่ายเงินชดเชยโควต้ายังคาราคาซัง วอนรัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ออกไป เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกร พร้อมเตรียมยื่นผลการประชุมต่อพรรคการเมืองเพื่อผลักดันนโยบายดูแลชาวไร่ยาสูบ

ภาคียาสูบแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมสรรพสามิต จัดประชุมอุตสาหกรรมยาสูบประเทศไทย ครั้งที่ 2 หัวข้อ ”การแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต” ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 มกราคม เพื่อหารือถึงผลกระทบการขึ้นภาษีบุหรี่โดยเฉพาะการขึ้นภาษีอีกครั้งเป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้ ตามที่กระทรวงการคลังประกาศไว้ ซึ่งทุกฝ่ายตระหนักถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบโดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ตลอดจนผลกระทบต่อรายได้ภาษีต่างๆ ของภาครัฐที่ได้มาจากยาสูบ

 

นายสุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ. ลำปาง และตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ เปิดเผยว่าที่ประชุมฯ ได้มีตัวแทนจากชาวไร่ยาสูบจังหวัดต่างๆ มาเล่าถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนจากการขึ้นภาษีบุหรี่ จนต้องถูกตัดโควตาและขาดรายได้ ซึ่งทุกคนต่างเห็นพ้องว่าหากขึ้นภาษีบุหรี่อีกครั้งเป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้ อาจทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องสูญสิ้นอาชีพสุจริตนี้ไปในพริบตา “จากการขึ้นภาษีสรรพสามิตครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 ทำให้ชาวไร่ยาสูบได้รับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะทำให้รายได้รวมของชาวไร่ยาสูบทุกสายพันธุ์หายไปเกือบ 230 ล้านบาทในฤดูกาลปลูกปี 2561/2562 จากการถูกลดโควตาการรับซื้อใบยาลงเฉลี่ย 50% ส่งผลต่อเนื่องให้การจ้างงานในท้องถิ่นลดลงตามไปด้วยเป็นลูกโซ่ สะเทือนถึงเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่ปลูกยาสูบ แม้รัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางวงเงิน 159.59 ล้านบาท เพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้ของชาวไร่ยาสูบที่ถูกตัดโควตาดังกล่าว แต่ก็เป็นการช่วยเหลือสำหรับฤดูกาลปลูกเดียวเท่านั้น ตอนนี้เข้าสู่ช่วงกลางๆ ของฤดูกาลปลูกแล้ว แต่แนวทางการจ่ายเงินก็ยังไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรากังวลใจและอยากให้มีความชัดเจนเรื่องการจ่ายเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากการโดนลดโควต้าภายในสิ้นเดือนนี้”

 

นายสุธีกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากผลกระทบต่อชาวไร่แล้ว การยาสูบแห่งประเทศไทยกำไรลดลงร่วม 90% จนเกือบขาดทุน ทั้งยังคาดการณ์ว่าถ้าขึ้นภาษีเป็น 40% ยอดขายของ ยสท. อาจลดลง 40-50% ในปีหน้า และอาจต้องงดรับซื้อใบยาเพราะสต็อคคงพอใช้ไปอีก 2-5 ปี คิดเป็นความสูญเสียกว่าแสนล้านในอุตสาหกรรม ด้านกรมสรรพสามิตเองก็เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.90% ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมฯ จึงมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไปก่อน เพื่อให้อุตสาหกรรมยาสูบโดยเฉพาะชาวไร่ยาสูบได้มีเวลาปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมระบุว่าชาวไร่ยาสูบเตรียมยื่นสรุปผลการประชุมฯ ให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเลื่อนการขึ้นภาษีดังกล่าวและดูแลปากท้องชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง

 

นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวเสริมว่า “ในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นทุกปี จนในที่สุดทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องโดนตัดโควตากระทันหันแบบไม่ทันตั้งตัวในปีที่ผ่านมา เราจึงอยากวอนให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน รับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่ยาสูบกว่า 5 หมื่นครอบครัวด้วย เราพร้อมจะพูดคุยกับทุกพรรคการเมืองเพื่อขอคำมั่นสัญญาให้ช่วยเหลือพวกเราและเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ตุลาคมปีนี้ออกไป ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากพรรคการเมืองใด หากช่วยเหลือพวกเราได้ ชาวไร่และครอบครัวเกือบ 2 แสนคนทั่วภาคเหนือ-อิสานยินดีเทใจให้อย่างแน่นอน”

 

ด้านนางสาวสิริเพ็ญ ศิริสวัสดิ์ ตัวแทนจากกรมสรรพสามิตกล่าวในที่ประชุมฯ ว่ายินดีที่ได้เข้ามารับฟังการประชุม ได้รับทราบถึงความเดือดในอุตสาหกรรม จากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และรับที่จะนำผลการประชุมฯ ในวันนี้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาหาแนวทางในปฏิบัติในอนาคตต่อไป”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *