สวนสัตว์เชียงใหม่ ทำบุญครบรอบ 41 ปี พร้อมพัฒนาทุกด้านเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์และเรียนรู้ชีวิตสัตว์ และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่นักท่องเที่ยว

สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดงานทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 41 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน พร้อมพัฒนาทุกด้านเพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์และเรียนรู้ชีวิตสัตว์นานาชนิด และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น. ณ วัดกู่ดินขาว ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ นายวุฒิชัย ม่วงมัน รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการเจ้าของเชียงใหม่ ซูอควาเรียม ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่  พร้อมผู้บริหารและพนักงานสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดทำบุญครบรอบ 41 ปีสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยมีพระครูสิริศิลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำบุญปิดทองพระประธาน (พระศรีสากยะมุนีสัตตะบุรีลวบูชา) ประจำวัดกู่ดินขาว โบราณสถานที่มีอายุมากกว่า 1,200 ปี พร้อมทั้งมีการสืบชะตา สวนสัตว์เชียงใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรของสวนสัตว์เชียงใหม่ทุกคนรวมทั้งประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมสวนสัตว์เชียงใหม่ด้วย

โดยภายในงานประกอบไปด้วยการจำหน่ายสินค้าร้านธงฟ้าราคาประหยัด จากพาณิชย์จังหวัด ร่วมปลูกต้นไม้มงคล 9 ต้น และกิจกรรมพิเศษวิ่งแกะมหาสนุก ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน สำหรับประวัติความเป็นมาของสวนสัตว์เชียงใหม่สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดนในช่วงสงครามเกาหลี ( พ.ศ.2493-2496 ) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพซึ่งเป็นของนาย กี นิมมานเหมินท์ ( พ.ศ.2431-2508 ) และนาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ( พ.ศ. 2437-2524 ) เป็นสถานที่เริ่มต้น โดยเริ่มเปิดเป็นสวนสัตว์เล็กๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ.2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากนักช่วยดูแลเหตุผลของการสะสมสัตว์ชนิดต่างๆ ของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยังจนสามารถจัดเป็นสวนสัตว์ เอกชนขึ้นได้นั้น แม้ไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่คงเนื่องด้วยความรักเมตตาต่อสัตว์เป็นพื้นฐาน และเพื่อศึกษานิสัยอากัปกิริยาต่างๆของสัตว์ชนิดต่างๆอย่างใกล้ชิดด้วยเพื่อประโยชน์ ในการประกอบอาชีพ เป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหาร และตำรวชายแดน ซึ่งต้องผจญกับสัตว์ป่านานาชนิดเสมอ

สำหรับประวัติความเป็นมาขอสวนสัตว์เชียงใหม่ แต่เดิมนั้น จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ ทายาทคนหนึ่งของ นาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ได้ขอให้ นาย ฮาโรลด์ เมสัน ยังผู้เช่าบ้านเวฬุวัน ย้ายสวนสัตว์ของเขาไปไว้ที่ ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของนาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชิงดอยสุเทพเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ส่วน หนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คงโดยเหตุที่นาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง เป็นชาวอเมริกันประชาชนของประเทศที่ มีอิทธิพลทางการเมืองสูงยิ่งของโลก เขาจึงติดต่อขอที่ดินป่าสงวน เชิงดอยสุเทพ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยตรงจนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพ ประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ.2500 จนกระทั่งนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ถึงแก่อนิจกรรม ใน พ.ศ.2518

ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาเห็นคุณค่าของสวนสัตว์ของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ทั้งในฐานะเป็นแหล่ง พักผ่อนศึกษาสัตว์ของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแหล่งหนึ่งตามโครงการปรับปรุงดอยสุเทพ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงรับกิจการสวนสัตว์ของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ไว้ในความดูแล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จนกระทั่ง พ.ศ.2520 จึงโอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ วันที่ 16 มิถุนายน 2520 เป็นต้นมา เนื่องนับ ถึง 16 มิถุนายน 2530 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็มีอายุครบ 10 ปีเต็ม ในรอบทศวรรษนั้น

 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ขยายพื้นที่จากเดิม ที่จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติให้นาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง จัดตั้งสวนสัตว์ประมาณ 60 ไร่ ได้รับการขยายเป็น 130 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ขยายพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ไร่ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ เป็นประธานดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาสวนสัตว์เชียงใหม่ มาตลอด

ในปัจจุบันนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้รับโปรดเกล้าฯให้อยู่ในองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการพัฒนาพันธุ์สัตว์ การดูแลรักษา การสืบพันธ์ เป็นปอดใหญ่ในการท่องเที่ยวของประชาชน และนักท่องเที่ยว มีความเจริญก้าวหน้าเป็นสวนสัตว์สากลในสายตาชาวต่างชาติอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *