แบงก์ชาติภาคเหนือ แถลงภาวะเศรษฐกิจเหนือไตรมาส 1 พบสัญญาณด้านบวกมีการขยายตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน

 ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่าขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตามผลผลิตพืชหลักและภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวได้ สำหรับการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังทรงตัวเช่นเดิม ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐลดลงจากรายจ่ายลงทุน

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงตามราคาน้ำมันขายปลีก อัตราการว่างงานปรับฤดูกาลทรงตัวเท่ากับไตรมาสก่อน

รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ มีดังนี้

รายได้เกษตรกร เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 จากระยะเดียวกันปีก่อน ผลผลิตเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.2 ส่วนสำคัญจากผลผลิตอ้อยโรงงานและข้าวนาปรัง ตามสภาพอากาศเอื้ออำนวยในช่วงเพาะปลูก ด้านราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 ราคามันสำปะหลังและข้าวเปลือกสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะความต้องการส่งออกต่างประเทศ ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้น ตามความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์ สำหรับราคาอ้อยและกระเทียมลดลง ตามปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น

ภาคการท่องเที่ยว ขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนเพิ่มขึ้นมากในช่วงตรุษจีน และนักท่องเที่ยวสัญชาติอื่นเพิ่มขึ้นเช่นกัน เครื่องชี้สำคัญที่เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน ได้แก่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานในภาคเหนือ และอัตราการเข้าพักแรม

ผลผลิตอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 8.9 จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการผลิตของอุตสาหกรรมน้ำตาล การสีข้าว สินค้าเกษตรแปรรูป ที่มีวัตถุดิบเพิ่มขึ้นตามผลผลิตเกษตร และผลผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวตามความต้องการจากต่างประเทศ สำหรับหมวดเครื่องดื่มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากผลผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เร่งผลิตก่อนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในเดือนมกราคม

การใช้จ่ายภาครัฐ รายจ่ายรวมลดลงร้อยละ 2.2 จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยรายจ่ายลงทุนที่ลดลงร้อยละ 6.1 เป็นรายจ่ายของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด้านภาพรวมอัตราการเบิกจ่ายสะสมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2561 ถึงปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 56.0 สูงกว่าเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนดไว้ที่ร้อยละ 52.3 แต่ต่ำกว่าอัตราการเบิกจ่ายสะสมของช่วงเดียวกันปีก่อน

 

การลงทุนภาคเอกชน ทรงตัว การลงทุนในภาคก่อสร้างยังอยู่ในระดับต่ำเช่นเดิม พิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ลดลง และพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี การลงทุนในภาคการผลิตขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเกษตรแปรรูปเพื่อส่งออกที่มีการนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น

การบริโภคภาคเอกชน ทรงตัว ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.5 จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยความต้องการซื้อยานยนต์ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากการส่งเสริมการขายของบริษัทผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย และการออกรถยนต์รุ่นใหม่ สำหรับยอดขายสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่รวมหมวดแอลกอฮอล์ค่อยๆ ปรับดีขึ้น การหดตัวน้อยลงโดยลำดับ

การค้าผ่านด่านศุลกากรชายแดนในภาคเหนือ มูลค่าการส่งออก เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.3 จากระยะเดียวกันปีก่อน ขยายตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า ยกเว้นน้ำตาลลดลงมากจากฐานสูงในปีก่อน เพราะมีการเร่งส่งออกน้ำตาลก่อนที่จีนจะใช้มาตรการลดการนำเข้าน้ำตาลผ่านช่องทางชายแดนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ด้านมูลค่าการนำเข้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.9 ตามการนำเข้าไฟฟ้าจากลาว ผักและผลไม้จากจีน และเศษเหล็กจากเมียนมา

เสถียรภาพเศรษฐกิจภาคเหนือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ชะลอลงจากไตรมาสก่อนตามราคาน้ำมันขายปลีกเป็นสำคัญ ขณะที่ราคาอาหารสดลดลงตามราคาผลไม้สดประกอบกับราคาข้าวและราคาเนื้อสัตว์ลดลงจากปริมาณผลผลิตข้าวและสุกรเข้าสู่ตลาดมากขึ้น  อัตราการว่างงานปรับฤดูกาลอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 1.0 เท่ากับไตรมาสก่อน

ภาคการเงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2561 สาขาธนาคารพาณิชย์ในภาคเหนือมียอดคงค้างเงินให้สินเชื่อ 564,637 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.5 จากยอดสินเชื่อที่ลดลงของธนาคารพาณิชย์บางแห่ง ด้านยอดคงค้างเงินฝาก 674,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ร้อยละ 83.8

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *